เฟยเหยากัดผลลั่วหม่าหลายคำกร้วมๆ แล้วพูดด้วยเสียงอู้อี้ต่อ “ข้าจะลองดู แต่ถ้าเรื่องสำเร็จ ตานศักดิ์สิทธิ์ของโห่วเป็นของข้า เจ้าลงแรงน้อยที่สุด เอาเลือดไปครึ่งเดียวก็พอ ยังมีอีกเรื่อง ผลลั่วหม่าไม่ได้อร่อยขนาดที่เจ้าพูดเลย เจ้าจงใจหลอกข้ามาหรือรสนิยมมีปัญหา?”
“เจ้ากินตั้งเจ็ดสิบกว่าผลแล้ว ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่อร่อยอีก เจ้านึกว่าข้าไม่รู้หรือ หลังบรรลุขั้นกำเนิดใหม่ ขอเพียงเจ้าไม่เปลี่ยนเป็นร่างสัตว์ ก็จะไม่มีกระเพาะที่ใหญ่ขนาดนั้น เจ้าตะกละโดยกำเนิดสินะ ตานศักดิ์สิทธิ์ก็จะเอาไปทั้งหมด กระเพาะเจ้านี่ใหญ่จริงๆ” เหรินเซวียนจือไม่พอใจ ตนเองเป็นคนพบโห่วก่อน ถ้าตานศักดิ์สิทธิ์ถูกเอาไปหมดตนเองยังจะวางแผนทำไม!
จินเฟยเหยามองเขาราวกับไม่มีอะไร เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “เจ้าเมืองลั่วรือมีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นกำเนิดใหม่ช่วงกลาง ข้าจะช่วยเจ้าอีกแรงให้เจ้าดึงพลังนาง ดีกว่าเจ้าดึงพลังจากคนขั้นสร้างฐานกองหนึ่งมากนัก เจ้าครุ่นคิดดู รู้ว่าข้ากระเพาะใหญ่ยังเรียกข้ามา เจ้าน่าจะเตรียมใจไว้นานแล้วนะ”
จินเฟยเหยาโยนแกนผลลั่วหม่าในมือทิ้ง มองเหรินเซวียนจืออย่างเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม คนผู้นี้ต่อให้เป็นฉยงฉีก็ยังมีจิตใจวิปริตถึงขีดสุด ทว่าตนเองก็เป็นเทาเที่ย ทุกคนล้วนพอๆ กัน ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะเอาเปรียบใคร และอย่าคิดจะสังหารอีกฝ่ายได้
เห็นแววตะกละตะกลามในดวงตาเป็นประกายของจินเฟยเหยา เหรินเซวียนจือจึงเอ่ยถามอย่างไม่วาง