ใจ “เจ้าคงไม่กินเจ้าเมืองลั่วรื่อหมดนะ?”
“ข้าไม่ใช่เจ้าเสียหน่อย พูดจาเหลวไหลทั้งวันไม่มีความจริงสักประโยค ข้ายังเป็นห่วงว่าที่เจ้าเมืองลั่วรื่อจะไม่มีโห่ว ข้ายังไม่สงสัยเจ้าเลย เจ้ากลับมาถามข้าก่อน” จินเฟยเหยากลอกตาใส่เขาและเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ในเมื่อเจ้าไม่เตรียมเรียนบิดเอว พรุ่งนี้พวกเราก็ออกเดินทาง” เหรินเซวียนจือทิ้งคำพูดประโยคนี้ไว้ พอลมพัดมาก็หายไปจากบนหลังคา ไม่แน่ว่าจะไปทำลายสถิติเป็นพี่สี่สิบแทน
เห็นเขาไปมาโดยไร้ร่องรอยแบบนี้ จินเฟยเหยาก็เบ้ปาก นี่เป็นเรื่องที่นางรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมจนถึงบัดนี้ มีสิทธิ์อะไรที่ทั้งฮุ่นตุ้นและฉยงฉีต่างมีปีก ทว่าตนเองมีเพียงปากกว้าง ความเร็วของฉยงฉีรวดเร็วเกินไปจริงๆ เคลื่อนไหวตามสบายก็มองไม่เห็นเงาร่าง
ทันใดนั้น จินเฟยเหยาคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นได้ เหรินเซวียนจือสามารถดึงพลังสตรียี่สิบนางได้ในคืนเดียว หรือว่าเนื่องจากความรวดเร็ว แต่ตอนอยู่ที่โอเอซิสก็ทำอยู่นานมาก ถ้าเป็นสตรียี่สิบคนคืนเดียวน่าจะไม่เพียงพอ
ที่แท้เนื่องจากกระทำได้รวดเร็วหรือธรรมชาติในเรื่องนั้นมันเร็วนะ จินเฟยเหยากระพริบตา เริ่มคาดเดาสะเปะสะปะ
เช้าตรู่วันที่สอง เหรินเซวียนจือพาคนตัวเล็กๆ อันแปลกประหลาดตัวนั้นและจินเฟยเหยาไปเมืองลั่วรื่อ ส่วนจินเฟยเหยาเห็นท่าทางเปี่ยมพลังของเหรินเซวียนจือ ก็นึกถึงเรื่องที่ขบคิดไม่เข้าใจในสมองของนางเมื่อคืน
สุดท้ายหลังบินออกจาก