จินเฟยเหยาก็ไม่สนใจทั้งนั้น
ในใจอู๋ปอลอบยินดี กลับไม่กล้าแสดงออกบนใบหน้า ทว่าแสดงสีหน้าเสียใจแทน “ในเมื่อสหายเซียนจินพูดแบบนี้คงไม่เหมาะที่ข้าจะพูดจาโน้มน้าวอีก เพียงแต่ไม่รู้ว่าสหายเซียนจินเตรียมตัวจากไปเมื่อใด?”
จินเฟยเหยาตะลึงงัน เพิ่งบอกว่าไม่เข้าสำนักเทียนตี้ ก็จะไล่ข้าไป?
เห็นจินเฟยเหยาขมวดคิ้ว อู๋ปอจึงรีบอธิบาย “พวกเราเป็นห่วงสหายเซียนจิน ปรากฏการณ์ประหลาดตอนที่สหายเซียนบรรลุขั้นกำเนิดใหม่แหลมคมเกินไป ยากรับรองได้ว่าจะไม่ถูกผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ ที่ผ่านทางมาพบเห็น พวกเราได้ให้คนทั้งสำนักปิดปาก ห้ามพูดออกไปแม้แต่ครึ่งประโยคแล้ว แต่เกรงว่าจะถูกผู้บำเพ็ญเซียนที่ผ่านทางมาแพร่ออกไป เช่นนี้เพียงไม่กี่วัน ทั่วทั้งโลกวิญญาณเป่ยเฉินอาจจะรู้ว่าสหายเซียนจินอยู่ที่เทือกเขาอูอวิ๋น”
“ถ้าเป็นแบบนี้ ข้าเข้าสู่สำนักเทียนตี้ของท่านก็ได้” ในเมื่อคิดจะมาไล่ข้าไป จินเฟยเหยาจึงเอ่ยปากตามสบาย
อู๋ปอตกตะลึงอย่างหนัก รีบยิ้มประจบ “สหายเซียนจินล้อเล่นแล้ว ฮ่าๆๆ”
“ข้าอยู่ที่นี่แล้วรู้สึกว่าดี ยังไม่คิดจะไปชั่วคราว ทำไม สหายเซียนอู๋ไม่อยากให้ข้าอยู่ที่นี่หรือ?” จินเฟยเหยายกถ้วยชาขึ้น แสร้งทำท่าจิบน้ำชา