รนั่นขนาดได้ยินเขาก็ยังไม่เคยได้ยินมา ในฐานะที่สำนักเทียนตี้เล่นสัตว์ภูติ คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินชื่อสัตว์ภูติที่ไม่รู้จักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองหูตาคับแคบเกินไป
แต่อย่างไรก็เป็นสำนักที่เล่นสัตว์ภูติ จะยอมรับว่าตนเองไม่รู้จักสัตว์ปิศาจเหล่านี้ได้อย่างไร เขาได้แต่ฝืนใจพยักหน้าและเอ่ยวาจาคล้อยตาม
“จริงสิ ทำไมข้าจึงนึกไม่ถึงนะ สำนักเทียนตี้ของสหายเซียนอู๋เลี้ยงสัตว์ภูติ ท่านเห็นว่าไท่จื่อโซ่วเหล่านี้แต่ละตัวยังไม่ได้ทำสัญญาโลหิต อีกทั้งเกิดมาก็มีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นสาม ถ้ามอบให้ศิษย์คนละตัว สำนักเทียนตี้จะรับศิษย์ได้มากเพียงใด สัตว์เลี้ยงขั้นต้นเป็นสัตว์ภูติขั้นสาม ดีกว่าต้องไปจับสัตว์ภูติขั้นหนึ่งขั้นสองในเทือกเขาอูอวิ๋นมากนัก” จินเฟยเหยามีท่าทางเพิ่งนึกขึ้นได้ เอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
อู๋ปอลังเล มองดูบนเกาะอย่างละเอียดรอบหนึ่ง นับจำนวนไท่จื่อโซ่วตัวเล็กคร่าวๆ รวมทั้งหมดมีสองร้อยหกสิบแปดตัว สำหรับศิษย์นับพันของสำนักเทียนตี้แล้ว ให้ศิษย์ขั้นฝึกปราณคนละตัวก็ยังไม่พอ อีกทั้งยังเป็นขั้นสาม พากลับไปก็กินพื้นที่ไม่มากนัก
ดังนั้นอู๋ปอจึงตกปากรับคำ “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา