่อไร คงมิใช่ไม่มีลูกแต่กินมากเกินไปจนอ้วนหรือไม่?” มองพั่งจื่อถูกด่าทออยู่นานกลับไม่ส่งเสียงสักแอะ จินเฟยเหยาจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย
ในที่สุดพั่งจื่อที่กำลังปูศิลาวิญญาณก็ทนไม่ไหว ใช้ศิลาวิญญาณในฝ่ามือกบขว้างก้นสระ แล้วคำรามใส่จินเฟยเหยา “อ๊บ อ๊บๆ! อ๊บ!”
จินเฟยเหยาฟังอยู่นาน จากนั้นจึงหลุบตาลงเอ่ยถามอย่างอย่างสงสัยยิ่ง “เจ้าว่าอะไรนะ? ต้านิวบังคับผลักเจ้าล้ม จากนั้นบีบบังคับให้เจ้าล่วงเกิน เจ้าแค่ถูกภูตผีดลใจไปชั่วขณะจึงไม่ได้ดิ้นรน เจ้าไปหลอกผีเถอะ เจ้านึกว่าข้าไม่รู้หรือ ว่ากบทำจากด้านหลัง…หรือว่าต้านิวสามารถกดเจ้าลงกับพื้น จากนั้นหันหลังให้เจ้าแล้วขึ้นคร่อม?”
“อ๊บ!” พั่งจื่อพลันตะโกนลั่นอย่างตื่นเต้น ในดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
จินเฟยเหยาหมดวาจา มองมันอย่างสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหางหมุนตัวจากไป นางไม่อยากเข้าใจพั่งจื่อจริงๆ ขอเพียงเป็นภาพที่จินตนาการไว้ในสมอง นางก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะพูด หมดวาจาจะตอบ ทำให้คนรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง
พั่งจื่อเห็นจินเฟยเหยาทิ้งมันไว้แล้วเดินจากไปก็เงยหน้าขึ้นตะโกนลั่นใส่ท้องฟ้าอย่างเศร้าโศก
“ไม่ต้องตะโกนแล้ว ได้เปรียบแล้วยังอวดฉลาดอีก ฝันไปเถอะ เจ้าก