่งไปยังเวิ้งภูเขาอันห่างไกลในอดีต เห็นรอบด้านไร้ผู้คน เหนือศีรษะไม่มีผู้บำเพ็ญเซียนเหาะผ่าน จินเฟยเหยาจึงรีบโยนเกาะลอยได้เล็กๆ ออกมา
จากนั้นนางกระโดดเข้าไปอย่างรวดเร็ว วิ่งไปหาต้านิวโดยไม่มองสภาพรอบด้านเลยสักนิด ต้านิวที่อ้วนมากกว่าเมื่อก่อนสองเท่ากำลังนั่งอยู่หน้ากระท่อมอย่างเกียจคร้าน เหม่อลอยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
นางเงยหน้าขึ้นเห็นจินเฟยเหยาพุ่งเข้ามาพอดี และคำรามใส่ว่า “ถุงเฉียนคุนของข้าล่ะ! รีบนำออกมา”
ต้านิวยื่นขากบชี้ไปยังกระท่อมที่หลงเคยอาศัยอยู่ด้วยสีหน้างุนงง จินเฟยเหยารีบวิ่งเข้าไปทันที มองแวบเดียวก็เห็นถุงเฉียนคุนของตนเองแขวนอยู่บนกำแพง นางกระโดดไปหยิบถุงเฉียนคุนทั้งหมดลงมา และหาถุงเฉียนคุนที่ตนเองต้องใช้พบทันที จากนั้นคาบขึ้นและกระโดดออกจากเกาะลอยได้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ในชั่วพริบตาที่นางเก็บเกาะลอยได้เล็กๆ อย่างรวดเร็ว ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมช่วงกลางคนหนึ่งก็หยุดอยู่เหนือเวิ้งภูเขาแห่งนี้และเอ่ยอย่างสงสัย “น่าแปลก ข้ารู้สึกได้ว่าที่นี่มีการกระเพื่อมของพลังวิญญาณขนาดใหญ่ เหตุใดจึงหายไปอย่างกะทันหัน”
เขาใช้การรับรู้กวาดดูด้านล่างก็ไม่พบของวิเศษอะไร จึงเอ่ย