พูดน้อยมาตลอดจึงเอ่ยโน้มน้าว “อาจารย์ เทาเที่ยกินผู้บำเพ็ญเซียนไปมากมาย อยู่ในเผ่ามารก็ถือเป็นเรื่องดี สำนักหลิงเถี่ยวมีฮุ่นตุ้น[1] ก็เพียงแค่กักอยู่ในเขตต้องห้ามหลังภูเขา หลายร้อยปีไม่เห็นปล่อยออกมาเลยสักครั้ง”
“ฮุ่นตุ้น...สตรีที่อ่อนโยนคนนั้น ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเปลี่ยนไปเป็นเช่นไร” จู๋ซวีอู๋นึกถึงเรื่องที่ทำให้คนสะเทือนใจขึ้นได้จึงถอนใจอย่างหดหู่
ไป๋เจี่ยนจู๋เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “ซือจู่ นอกจากเทาเที่ย ในโลกระดับวิญญาณยังมีสัตว์ร้ายอื่นๆ อีกหรือ?”
จู๋ซวีอู๋พยักหน้ารับ “มีสิ สำนักหลิงเถี่ยวมีฮุ่นตุ้นตัวหนึ่ง ข้ารู้จักคนผู้นั้นก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นฮุ่นตุ้น เป็นสตรีที่อ่อนโยนอย่างยิ่ง ตอนนั้นข้ายังเป็นเพียงขั้นฝึกปราณ นางอยู่ขั้นหลอมรวมแล้ว ข้าพบนางตอนไปเล่นที่สำนักหลิงเถี่ยวเป็นเพื่อนอาจารย์”
“อ่อนโยนอย่างยิ่งจริงๆ จิตใจก็มีเมตตา สัตว์เลี้ยงธรรมดาหรือสัตว์ปิศาจเล็กๆ บาดเจ็บ นางก็รักษาบาดแผลให้พวกมัน หลังจากรักษาหายก็ปล่อยเป็นอิสระ คนที่อ่อนโยนมีเมตตาขนาดนั้น ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดฮุ่นตุ้นที่ไม่รู้จักแยกแยะดีชั่วจึงมาเข้าร่างนาง ไม่รู้ว่านางไม่รู้เรื่องหรือไม่กล้าบอก ขณะที่นางเลื่อนเป็นขั้นกำเนิด