ั้ง
เดิมทีเทาเที่ยก็แตกต่างจากสัตว์ปิศาจอื่นๆ นางปลดปล่อยไอมารออกมาแบบนี้ สถานที่ที่เดินผ่านจะมีสัตว์ปิศาจระดับต่ำจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนแย่งชิงกันหลบหนี พบสัตว์ปิศาจขั้นเก้าก็มองหน้ากันอย่างเดือดดาล คำรามข่มขู่อีกฝ่ายหลายครั้ง หลังจากประชันความแข็งแกร่ง อีกฝ่ายก็มักจะล่าถอยไปก่อน
“อ๊บๆ” เวลานี้พั่งจื่อกลับคืนสู่ความสดใส หลังจากเห็นจิ้งจอกแสงจันทร์ก็ไม่มีสัตว์ปิศาจใดกล้าปะทะซึ่งหน้า มันจึงทำใจกล้าประจบประแจงหลง
หลงฟังคำพูดของพั่งจื่อไม่เข้าใจ มองดูท่าทางของมันแล้วเอ่ยถามจินเฟยเหยา “มันกำลังร้องว่าอะไร?”
จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี “มันกำลังชมว่าท่านปราดเปรื่อง รู้ว่าแรงงานอย่างข้ามีความแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงใช้ข้ามาเบิกทาง ฉลาดมากจริงๆ”
“อ้อ สัตว์ภูติของเจ้าน่าสนใจมาก เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้จงใจแต่งเรื่องขึ้นเพื่อประจบข้า” หลงมองพินิจกบสองตัวนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกน่าสนุก
“ถุย ข้าไม่มีความคิดจะประจบท่านหรอก ใครจะไปสนใจ” จินเฟยเหยาส่งเสียงถุยทางด้านข้างทีหนึ่งแล้วก้มหน้าเดินต่อไป
หลงใช้มือกระทุ้งศีรษะนาง นั่งพิงบนอานเอียงๆ พลางเอ่ยอย่างเฉยชา “เช่นนั้นหรือ? เมื่อครู่ไม่รู้ว่าใครกระดิกหางบอกว่าข้าหล