นางแวบหนึ่งจึงติดตามหลงจากไป “ใต้เท้าหลง ท่านเป็นคนดีจริงๆ” จินเฟยเหยาฉวยโอกาสประจบประแจง ถึงอย่างไรพูดจาดีๆ ก็ไม่ต้องเสียเงิน พูดมากหน่อยก็ไม่เป็นไร
จากนั้นพอนางหมุนตัวก็กลายเป็นหินในพริบตา สถานที่ซึ่งไม่ไกลจากด้านหลังนาง ไม่รู้ว่าปู้จื้อโหยวยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อใด ข้างกายยังมีกบสองตัวยืนอยู่และมองอย่างประหลาดใจ
อารมณ์ของจินเฟยเหยาในยามนี้กระอักกระอ่วนและย่ำแย่อย่างยิ่ง ปู้จื้อโหยวนั้นช่างเถอะ นางจ้องมองพั่งจื่อและต้านิว ถึงแม้พวกมันสองตัวจะมีท่าทางโง่งมดังเดิม แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จินเฟยเหยาจึงเห็นเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางโง่งม
ทันใดนั้น นางก็เห็นต้านิวมุมปากกระตุกราวกับคิดจะหัวเราะ ส่วนพั่งจื่อใบหน้าแปรเปลี่ยน มีรอยยิ้มชั่วร้ายทันที จินเฟยเหยาอับอายจนกลายเป็นโทสะ โก่งหลังพุ่งเข้าใส่พวกเขา
“อา อับอายจนกลายเป็นโทสะแล้ว” ปู้จื้อโหยวอุทานอย่างตกตะลึง พริบตาก็หายไปจากที่เดิมกลับเข้ามุกเทียนจี้ของเขา ส่วนพั่งจื่อและต้านิวไม่มีที่หลบจึงถูกจินเฟยเหยาใช้ฝ่ามือตบลอยออกไป
แต่นางใช้ระดับแรงไม่มากนัก แค่เนื่องจากเข้าหน้าไม่ติดจึงระบายโทสะกับพวกมันเท่านั้น
“ฮ่าๆๆ! น่าขำแทบตาย