แล้ว เจ้าเล่นลูกไม้อะไรน่ะ คิดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นสุนัข” ปู้จื้อโหยวนั่งบนพื้น ชี้ปลอกคอธาราที่ห้อยไว้บนลำคอของจินเฟยเหยาแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
พั่งจื่อและต้านิวก็นั่งอยู่ข้างเขาและกลั้นหัวเราะในใจ หนึ่งคนสองกบนั่งหัวเราะนางอยู่ตรงนั้น
สีหน้าของจินเฟยเหยาไม่ดีอย่างยิ่ง นางเอ่ยอย่างจริงจัง “นี่คือเทาเที่ยในสัตว์ร้ายทั้งสี่ ขอร้องล่ะพวกเจ้ามองให้ชัดเจนหน่อย นี่ไม่ใช่สุนัข”
“เจ้าจะเป็นอะไรก็ตามใจ น่าขำแทบตายแล้ว ท่าทางประจบประแจงของเจ้าเมื่อครู่ น่าขำจริงๆ” ปู้จื้อโหยวยังหัวเราะอีก ทำให้จินเฟยเหยาไม่เข้าใจ เจ้าหมอนี่มาทำอะไรกันแน่ จริงจังหน่อยได้หรือไม่
“ท่าทางเจ้าจะอยู่ดีมีสุข กินจนอ้วนขนาดนี้ แต่ข้ารู้สึกว่าต่อไปเจ้าคงอยู่อย่างลำบาก ข้าได้ยินมานานแล้ว หลังจากตอนที่ท่านลุงรู้ว่าเจ้าบอกว่าเป็นบุตรสาวของเขาก็หัวเราะ ข้ายังนึกว่าหลังจากเจ้าถูกจับมาจะถูกเขาสังหารทิ้งตรงนั้นเสียอีก คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกลายเป็นสุนัขตัวโต ประจบได้ไม่เลว” ปู้จื้อโหยวหัวเราะพลางบอกเล่า
จินเฟยเหยามองท่าทางยินดีในคราเคราะห์ของผู้อื่นก็อยากจะฉีกหน้าของเขาจริงๆ
รออยู่นาน ในที่สุดปู้จื้อโหยวก็หัวเราะจนพอ เริ่มพูดธุร