นข้างเริ่มเฝ้าบ้านแทนนางด้วยสีหน้าจริงจัง
เจ้าสารเลวสองตัวนี้
“เจ้าเป็นชนชั้นสูงเผ่ามารมิใช่หรือ? บ้านเจ้าร่ำรวยมีอำนาจขนาดนั้น เลี้ยงสัตว์ภูติสองตัวต้องบ่นว่าลำบากและหาข้ออ้างมาปฏิเสธด้วยหรือ” จินเฟยเหยาไม่พอใจ เจ้าเศรษฐีนี่ตระหนี่เกินไปแล้ว
ปู้จื้อโหยวมองนางอย่างประหลาดใจ “นั่นเป็นของท่านแม่ข้า กฎตระกูลของเผ่ามาร นอกจากผู้อาวุโสมอบให้ ไม่เช่นนั้นสิ่งของทั้งหมดล้วนต้องไปหามาเอง นอกจากผู้อาวุโสสิ้นลง ไม่เช่นนั้นอย่างมากที่สุดก็แค่ให้สถานที่อยู่อาศัยแก่เจ้า ไม่เช่นนั้นข้าจะเข้าร่วมงานคบหาสหายทางเวทมนตร์นั่นเพื่อให้ได้ของวิเศษชั้นยอดมารักษาชีวิตสักชิ้นหรือ”
“คิดไม่ถึงว่าเจ้ากับข้าจะเป็นยาจกเหมือนกัน” จินเฟยเหยามีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ
“ยังมีเวลาห้าปี ข้าต้องยกระดับพลังการบำเพ็ญเพียรและเตรียมศรวิญญาณหน่อย คนพวกนั้นแต่ละคนร้ายกาจอย่างยิ่ง” ปู้จื้อโหยวเอ่ยยิ้มๆ
จินเฟยเหยามองไปรอบด้าน แล้วเอ่ยกระซิบ “ตอนเจ้าไปพาข้าไปด้วยได้หรือไม่ ข้าก็อยากเห็นว่าโลกวิญญาณอื่นๆ ว่าเป็นอย่างไร อีกทั้งท่านลุงของเจ้าก็น่ากลัวมาก ไม่แน่ว่าถ้าไม่พอใจเมื่อไรจะปาดข้าฉับ แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องชั่วคราว อยู่ที่นี่มีกินมีดื่ม