รุดไปช่วยเหลือ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็เห็นซากศพกองเป็นทะเล ส่วนหลงนั่งโลหิตท่วมร่าง ดวงตาสองข้างยังเย็นชาดังเดิม มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เรื่องนี้คนเผ่ามารรู้กันแทบทั้งนั้น รอยยิ้มของหลงกลายเป็นสิ่งต้องห้าม แต่เขาก็กลายเป็นเทพในใจของผู้เยาว์รุ่นหลัง ตอนนี้เขาหัวเราะจนกลายเป็นแบบนี้ทำให้ผู้อาวุโสในที่นั้นตกใจกลัว ผู้อาวุโสเซิ่นเปลี่ยนน้ำเสียงทันควัน เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “หลง ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องเป็นเผ่ามนุษย์เผยแพร่ออกมามั่วซั่วเพื่อโจมตีขวัญกำลังใจทหารเรา พวกเราต้องไปคิดบัญชีกับพวกเขาแน่! คิดไม่ถึงว่าจะพูดจาเหลวไหลแบบนี้”
“เรื่องนี้เป็นความจริง ข้านอนกับผู้บำเพ็ญเซียนสตรีเผ่ามนุษย์ที่ทำลายผลึกกักมารคนนั้นจริงๆ เรื่องนี้ไม่ต้องให้พวกท่านลงมือ ข้าจะจัดการเอง” หลงหยุดหัวเราะ แล้วมองผู้อาวุโสสิบสองคนนี้ด้วยสีหน้าเย็นชา
“พวกเราก็คิดแบบนี้ อย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องในบ้านเจ้า” หลังจากผู้อาวุโสเซิ่นชะงักไปจึงเอ่ยวาจา
นอกจากเรื่องนี้ก็ไม่มีเรื่องอื่นจะมาหาหลง เขาจึงกล่าวอำลาอย่างเย็นชาแล้วเดินออกไป
หลงยืนอยู่นอกตำหนักในที่สูงมองลงมายังผู้ฝึกบำเพ็ญเผ่ามารจำนวนนับไม่ถ้วนในเมืองภูเขาเบื้องล่า