ายังไม่เคยเห็นหยวนอิงของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่า น่าจะน่ากินมากกว่าขั้นแปลงจิตนะ ขั้นผสานร่างเหนือกว่าขั้นว่างเปล่าหนึ่งขั้น มิน่าเล่าทั่วทั้งร่างแม้แต่ใบหน้าก็แทบจะมองเห็นไม่ชัด ได้แต่กลิ่นหอมหวน ไม่รู้ว่าผู้บำเพ็ญเซียนที่มีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นมหายานจะมีรสชาติอย่างไร อยากจะลองชิมจริงๆ”
เห็นท่าทางน้ำลายสอของนาง ปู้จื้อโหยวจึงด่าทออย่างอารมณ์ไม่ดี “ทำไมเจ้าจึงไม่อยากกินผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสู่สวรรค์ถัดจากขั้นมหายานเลยล่ะ คนเหล่านี้น่าอร่อยกว่าเยอะ ถ้าเจ้าเป็นแบบนี้ต่อไป สติสัมปชัญญะต้องถูกเทาเที่ยยึดครองแน่ ถึงตอนนั้นเจ้าคงต้องไปช่วยบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนเฝ้าประตูสำนักจริงๆ”
“กินเก่งมิใช่เรื่องดีหรือ?” จินเฟยเหยาเบ้ปากเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เจ้าเอาเปรียบข้าก็สมควรรับผิดชอบข้าใช่หรือไม่”
ปู้จื้อโหยวกระโดดขึ้นมาราวกับเหยียบถูกกองไฟ “เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหล! ข้าเอาเปรียบเจ้าเมื่อใด! อย่างมากข้าก็ฉุดดึงแขนเจ้า เจ้าเพิ่งบอกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องข้า ตอนนี้ยังคิดจะทำลายชื่อเสียงของข้าอีก!”
เห็นเขามีท่าทางปั่นป่วนสุดขีด จินเฟยเหยาก็กระพริบตาเอ่ยว่า “ที่ข้าพูดคือเจ้าอาศัยข้าจึงได้เคล็ดวิชาชุดนี้มา หรือว่าไม่ได้เอาเป