” ปู้จื้อโหยวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจแล้วพลันเข้าใจขึ้นมาทันที ดังนั้นจึงเอ่ยยิ้มๆ “ข้าคิดแบบนี้ ข้อแรกพวกเราคุ้นเคยกันนิดหน่อย ข้อสองคือข้าไม่มีความสามารถจะเลี้ยงเจ้า ข้อสามข้ากลัวว่าหลังจากเจ้าเปลี่ยนเป็นเทาเที่ยจะจับข้ากินก่อน ข้อสุดท้ายเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด ถึงเทาเที่ยจะร้ายกาจยิ่ง แต่จะร้ายกาจเพียงใดนั้นข้าไม่รู้ ถ้าถึงเวลากินเก่งแต่ไร้ประโยชน์ ข้าคงถูกคนมากมายล่าสังหาร นี่ไม่เหมือนกับพฤติการณ์ในยามปกติของข้าที่ไม่ชอบทำตัวโดดเด่น อีกทั้งข้าคิดจะดูว่าต่อไปเจ้าจะก่อเรื่องมากมายเพียงใด ยิ่งวุ่นวายก็ยิ่งมีความลับมากมายให้ค้นหา”
“เจ้าน่าชังเกินไปแล้ว ทำเพื่อคิดจะดูเรื่องน่าขำของข้าล้วนๆ เลย” จินเฟยเหยามองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ถ้าข้าบอกว่าข้าทำเพื่อเจ้า คิดจะช่วยเหลือเจ้า ดังนั้นจึงดีต่อเจ้าอย่างอธิบายไม่ได้ คำพูดเช่นนี้เจ้าคงไม่เชื่อถือ มันจอมปลอมเกินไป” ปู้จื้อโหยวนำกล้องยาสูบอันนั้นออกมาสูบยา
จินเฟยเหยาจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง พลันยื่นมือไปแย่งกล้องยาสูบมา ถลึงตาใส่เขาอย่างดุร้ายหลายครั้งแล้วยัดใส่ปากสูดอย่างแรงคราหนึ่ง จากนั้นนางทนอยู่หลายอึดใจก็หมุนตัววิ่งไปอาเจียนอีกครั้ง
“ฮ่าๆๆ! น่าขำแทบตายแ