องน่าขำของข้า! เมื่อครู่ข้าเกือบตายแล้ว เจ้าก็ไม่มาช่วยข้าสักหน่อย เป็นสหายประสาอะไร” จินเฟยเหยาด่าทออย่างอารมณ์ไม่ดี
ปู้จื้อโหยวมีสีหน้าช่วยไม่ได้ “ตนเองก่อเรื่องเอง ยังมาโทษผู้อื่นอีก ข้าก็ให้นกปีกสวรรค์ส่งจดหมายมาให้และบอกให้เจ้ารีบหนีมิใช่หรือ เจ้ากลับดียิ่งนัก เก็บหยวนอิงได้ก็รีบยัดเข้าปาก ไม่เพียงเกือบถูกหงฆ่าตาย ตอนนี้ยังจะกินจนท้องแตกตายอีก ต่อให้หงไม่ฆ่าเจ้า เจ้ากลืนกินหยวนอิงต่อหน้าทุกคนก็จะถูกคนของสำนักตงอวี้หวงพากลับไป”
“อย่าเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย ช่วยข้าแก้ปัญหาเรื่องกินมากเกินไปได้หรือไม่?” จินเฟยเหยามีชีวิตอยู่มาร้อยกว่าปี เป็นครั้งแรกที่พบว่า กินมากเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่ากินสิ่งใด ต้องหยุดที่ระดับพอเหมาะพอดีและกินอย่างช้าๆ
ปู้จื้อโหยวยิ่งมองนางก็ยิ่งอยากจะหัวเราะ จึงกุมท้องหัวเราะพลางเอ่ยว่า “ไม่มีวิธี ข้าว่าเจ้าไม่ตายหรอก รอให้ค่อยๆ ย่อยดีกว่า”
“เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะต่อยเจ้า! หัวเราะนั้นช่างเถอะ คิดไม่ถึงว่ายังกุมท้องเลียนแบบข้าด้วย!” จินเฟยเหยาเกือบถูกเขาทำให้มีโทสะตาย น่าเสียดายที่ท้องบวมจนเจ็บปวด ทั้งยังรู้สึกเหมือนตนเองพองขึ้นราวกับเป่าลม
“ให้ข้าลากเจ้าไปดีกว