กำจัดซือจู่ของตนเองทิ้งอย่างปลอดโปร่งมิใช่หรือ?” จินเฟยเหยามองปฏิกิริยาของผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนนั้น ส่ายศีรษะแล้วกล่าววาจา
จากนั้นนางก็มีท่าทางเข้าใจพลางเอ่ยว่า “คิดจะสังหารคนเผ่ามารที่ชื่อหง ต้องทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนที่ถูกควบคุมเหล่านั้นเป็นอิสระ แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ตรงกันข้ามบางทีสังหารเขาแล้วผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านี้คงตายหมด จะให้ผู้อื่นเอาเปรียบได้อย่างไร ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน”
“เพียงแต่…ถ้าเจ้าแค่จับแต่ไม่สังหาร ข้าจะไปนับญาติและเก็บจินตันได้จากที่ใด!” จินเฟยเหยาพลันด่าทออย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อารมณ์ปั่นป่วนอย่างยิ่ง
พั่งจื่อและต้านิวล้วนมองดูนาง ยายนี่นับวันยิ่งเลวร้ายมากขึ้นทุกที
“หง! ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะมาเหิมเกริมได้ เจ้านึกว่าพาหุ่นเชิดไร้ประโยชน์เหล่านี้มาด้วย จะสามารถทำตามอำเภอใจได้หรือ?” บรรดาตาเฒ่าแห่งเมืองซันจือเดือดดาลแล้ว พอทุกคนเรียก ของวิเศษนานาชนิดก็ออกมา
เดิมทีหงยังเล่นกระบี่ทองที่หลังจากหดเล็กลงมีความยาวเพียงหนึ่งฉื่อกว่า เห็นสภาพการณ์เช่นนี้จึงเก็บกระบี่ทอง จากนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นชา “เช่นนั้นก็ลองดู ให้ข้าทำลายเมืองซันจือจนราบคาบ”
สิ้นเสียง หงโบกสองมือ ผู้