ตกลงกันไว้แล้ว ว่าต้องแบ่งศิลาวิญญาณส่วนหนึ่งมอบให้พวกเว่ยอันและผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนนั้น ถึงอย่างไรก็มาหยิบศิลาวิญญาณฟรี ยิ่งมีคนมากศิลาวิญญาณที่ได้รับก็ยิ่งมากขึ้น ถ้าตนเองสามารถได้ส่วนหนึ่งจากในมือพวกเขาคงเป็นรายได้ก้อนโตทีเดียว
ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงมองเว่ยอัน ความหมายในดวงตาไม่ต้องเอ่ยเป็นวาจา นางมองไห่หลันอิน แล้วมองผู้บำเพ็ญเซียนที่มาทีหลังสองคนนั้น จากนั้นยิ้มให้เว่ยอัน
ดูไม่ออกเลยว่านางเป็นคนกลอกกลิ้ง นึกว่าเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเซียนสตรีธรรมดา คิดไม่ถึงว่าจะวางแผนเอาเปรียบ เว่ยอันดูออกนานแล้ว หลังด่าทอในใจเขาก็หารือกับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ที่ชื่อเฉินเข่อคนนั้น
จินเฟยเหยากลับรอคอยให้พวกเขาใช้การถ่ายทอดเสียงหารือจนเสร็จสิ้นอย่างเงียบๆ อย่างไรทุกคนก็สามารถได้ส่วนแบ่งเท่ากัน เพิ่มนางอีกคนหรือลดนางไปอีกคนก็ไม่เป็นอะไร อีกทั้งพวกเขายังมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ อูฐผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า อีกฝ่ายร้ายกาจกว่าตนเองมากนัก ถ้าได้แบ่งมาส่วนหนึ่งจะดีที่สุด ถ้าไม่ได้ตนเองก็จนหนทาง
“แบ่งศิลาวิญญาณชั้นบนให้เจ้าหนึ่งก้อนต่อผู้บำเพ็ญเซียนหนึ่งคน เจ้าอย่าพูดออกไป