ข้าได้” ไห่หลันอินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“เชอะ ถ้าองครักษ์มีประโยชน์ขนาดนั้นจริง ตอนนี้เจ้ามาอยู่กับข้าได้อย่างไร” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างเฉยชา ความจริงสิ่งที่ในใจนางอยากบอกคือ ถ้าเจ้าพกของวิเศษชั้นยอดเหล่านั้นไว้บนตัว ข้าคงแทงเจ้าตายและกวาดสิ่งของหลบหนีไปคนเดียวนานแล้ว ไยต้องลากเจ้ามาด้วยราวกับแม่นม น่ารำคาญแทบตาย
ได้ยินคำพูดของจินเหยา ไห่หลันอินก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง ต่อไปตนเองเตรียมถุงเฉียนคุนไว้หน่อยดีกว่า ถ้าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก อย่างน้อยตนเองก็มีสิ่งของใช้ มิใช่ไม่มีอะไรเลย
“จับให้ดี พวกเราจะทะลวงไปทันที” จินเฟยเหยาจ้องมองม่านสายฟ้าเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา เอ่ยเตือนให้ไห่หลันอินที่อยู่ด้านหลังจับนางไว้ให้มั่น
“เรียบร้อย” น้ำเสียงของไห่หลันอินสั่นนิดๆ นางตึงเครียดอย่างยิ่ง ถ้าล้มเหลวถูกฟ้าผ่าก็จะไม่ได้เจอศิษย์พี่จริงๆ
“ไป!”
จินเฟยเหยาตวาดลั่น โยนกระดองเต่าว่องไวที่ชูขึ้นเหนือศีรษะมาตลอดใส่ม่านสายฟ้า เห็นแสงกระพริบเสียดแทงนัยน์ตาสายหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงเปรี๊ยะๆ ม่านสายฟ้าถูกกระดองเต่าสกัดกั้นไว้
นางขยับจิตทันที ถ่ายเทพลังวิญญาณลงในทงเทียนหรูอี้ แล้วพุ่งวูบไปทางด้านล่างกระดองเต่า