ว ต่อให้สัตว์ปิศาจเหล่านี้ความรู้สึกเฉียบไว ขอเพียงพวกเราไม่ใช้การรับรู้สะเปะสะปะ พวกมันก็จะไม่พบเห็น ตอนนี้ต้องนึกว่าสิ่งนี้เป็นเพียงกระดองเต่าว่องไวที่เต็มไปด้วยหนามแหลมและเปื้อนดินไปหมดจึงไม่เหลียวแลสักนิด” จินเฟยเหยาก็อยากให้คุณหนูใหญ่คนนี้เงียบลง ถึงแม้เสียงการสนทนาของคนทั้งสองจะเบา ทว่าการร่ำไห้อาละวาดตลอดเวลาก็ทำให้คนรู้สึกรำคาญ
ไห่หลันอินไม่ได้ฟังเรื่องกระดองเต่าเลยสักนิด ทว่าเอ่ยอย่างน่าสงสารด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ข้าอยากพักผ่อนสักหน่อย แต่ในกระดองเต่าแข็งเกินไปทำให้ข้าไม่สบายตัว ปวดเมื่อยตลอด เจ้าหาพวกฟูกให้ข้าหน่อยเถอะ ถ้ามีใบชาชั้นเลิศ รบกวนเจ้าชงให้ข้าสักกา”
“ข้าว่าเจ้าวอนโดนอัด อยากโดนทุบสินะ” จินเฟยเหยากระพริบตา มองไห่หลันอินที่กึ่งนั่งกึ่งนอนในกระดองเต่ามีท่าทางแง่งอนจึงยิ้มพลางเอ่ยถาม
“ข้าใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ได้!” ไห่หลันอินส่งเสียงฮึเป็นการแสดงว่ามีโทสะ แล้วเบือนหน้าไปไม่คิดจะสนใจนาง
จินเฟยเหยาถามอย่างสงสัย “เห็นเจ้าใช้ชีวิตสุขสบาย ออกจากบ้านน่าจะพกพาสิ่งของบ้างนะ ทำไมไม่เอาออกมาใช้เอง จะมาขอยาจกอย่างข้าทำไม”
ไห่หลันอินมองจินเฟยเหยาอย่างอารมณ์ไม่ดีแวบหนึ่ง มีสีหน้าดูแคล