บ
เวลานี้ ในภูเขามีสายลมโชยมา พัดใบไม้ร่วงลงมาไม่น้อย
จินเฟยเหยามองเขาเงียบๆ จริงจังและสงบนิ่งเกินคาด หลังผ่านไปเนิ่นนาน นางจึงเอ่ยปากว่า “ไม่มี”
“เจ้าเป็นคนไร้หัวใจจริงๆ ด้วย ดังนั้นจึงสามารถอยู่อย่างอิสระ ไม่ได้รับผลกระทบจากความรู้สึก” สยงเทียนคุนยิ้มอย่างชืดชา
จินเฟยเหยาขยี้จมูกพลางเอ่ยว่า “ข้าถือว่าท่านเป็นสหายมาตลอด เป็นสหายที่ดียิ่ง”
“ข้ารู้” สยงเทียนคุนยิ้ม หยุดไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “ทิ้งตะเกียงดวงจิตไว้ให้ข้าสักหน่อย ข้าไม่เหมือนเจ้าที่สามารถลอยชายไปทั่วอย่างไร้ห่วงกังวล ข้ามีจุดอ่อน ข้าอยากรู้ว่าเจ้าปลอดภัยหรือไม่ ถ้าเจ้าตายข้าจะสลักรูปลักษณ์เจ้าบนยอดเขาลูกนั้นแล้วตั้งชื่อให้มันว่ายอดเขาไร้ใจ เป็นอย่างไร?”
“ไม่มีปัญหา เพียงแต่ข้ามีเรื่องขอร้อง ท่านต้องสลักของกินในมือข้าด้วย” จินเฟยเหยาหัวเราะขึ้นมา
“เช่นนั้นก็ซาลาเปาเนื้อเถอะ ดูดีหน่อย” สยงเทียนคุนพยักหน้าตอบรับอย่างจริงจัง
“ข้าคิดว่าสลักดอกไม้ดีกว่า ซาลาเปาเนื้อมัน…” ไม่รู้ว่าเหรินเยี่ยนฟื้นขึ้นมาเมื่อใด ได้ยินคำสนทนาของพวกเขาสองคนแล้วอดเอ่ยแทรกไม่ได้
สยงเทียนคุนยื่นมือไปฟาดเขาให้สลบ แล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “เกี่ยวอะไรกับเจ้าด