้วย ถ้ายังพูดมากอีก ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย”
จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ “ที่จริงท่านก็อารมณ์ร้ายไม่เบานะ”
ทั้งสองคนหมดวาจา ได้แต่มองตากันแล้วหัวเราะ
ห้าวันต่อมา สยงเทียนคุนและจินเฟยเหยามาถึงเชิงเขาของสำนักฉีเทียน เหรินเยี่ยนที่เหมือนบ๊ะจ่างถูกโยนทิ้งไว้บนพรมบินดังเดิม
ภูเขาหลิงชางสูงตระหง่าน ฝีมือธรรมชาติรังสรรค์สลักเสลาบนกำแพงผาออกมาเป็นหอสูง สำนักฉีเทียนทั้งหมดใช้ภูเขาสลักออกมา บนบันไดที่ราบเรียบเหล่านั้นมีราวจับสลักมังกรและหงส์ ศาลาคลายร้อนเล็กๆ ที่ยื่นออกมาจากหน้าผาสลักจากตัวภูเขา ตรงหน้าต่างแขวนผ้าโปร่งบางเบา
ภูเขาหลิงชางทั้งลูกคือตำหนักหลังหนึ่ง บันไดเหล่านี้ยืดขยายเข้าไปตรงกลางตามตัวภูเขา คาดว่ากลางภูเขาน่าจะมีถ้ำอีกแห่ง
หลังจากผลักเหรินเยี่ยนออกมาและอธิบายกับศิษย์เฝ้ายามของสำนักฉีเทียน แล้วมอบสิ่งของยืนยันจากฉือชางเจินเหริน ศิษย์เฝ้ายามก็ชี้ไปที่เรือเหาะสูงเก้าสิบเก้าจั้งลำหนึ่งบนยอดเขาพลางเอ่ยว่า “เหตุใดสหายเซียนจึงมาช้าขนาดนี้ เรือเหาะกำลังจะออกเดินทางแล้ว”
“หา!” จินเฟยเหยาตะลึงงันแล้วได้สติกลับมาทันที ทำอยู่นาน ไม่ได้ไปทางทะเล ทว่าไปทางท้องฟ้า ตอนอยู่เมืองวั่นเซียนสุ่ยบอกว่าโดยสาร