งชิ้นหนึ่งก็ถูกปราณกระบี่ฟัน ยังมองเห็นไม่ชัดโล่ไม้วิญญาณสีแดงก็ถูกฟันจนแตกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นดวงแสงที่ถูกดีดออกมาก็พุ่งเข้าโจมตีการป้องกันสองชั้นของเขาพังแล้วพุ่งตรงมายังม่านแสงชั้นสุดท้าย
“สมควรตาย!” เหรินเยี่ยนไม่สนใจ โยนติ่ง[1]เทียนซานซึ่งเป็นของวิเศษแก่นชีวิตออกมาอย่างรวดเร็วขวางไว้ด้านหน้าร่าง
เสียงดังเปรี๊ยะๆ ติ่งเทียนซานต้านทานดวงแสงที่อุรังอุตังนัยน์ตาแดงก่ำโยนออกมา ทว่าก็ถูกดวงแสงเผาจนดำเกรียม ทำให้ชีพจรของเหรินเยี่ยนเสียหายอย่างหนักและพ่นโลหิตออกมาหลายคำทันที
เหรินเยี่ยนรู้สึกเหมือนตนเองเหยียบมูลสุนัข คิดไม่ถึงว่าจะโชคร้ายขนาดนี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ จึงรีบหมุนตัววิ่งหนีไปทางที่จินเฟยเหยาวิ่งหนีไป ถ้าอยู่ด้วยกันสองคน ต่อให้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่สองคนคิดจะสังหารพวกเขา คนที่วิ่งเร็วจะปลอดภัยกว่าคนที่วิ่งช้า
จินเฟยเหยาวิ่งหนีออกจากรัศมีการโจมตีมาไกลลิบจึงหยุดลง ลูบคลำทงเทียนหรูอี้ของตนเองด้วยความเสียดาย โศกนาฏกรรมนี้ เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ ทงเทียนหรูอี้ของข้า!
“เจ้าทำอะไรกันแน่! เพราะเหตุใดการโจมตีต่อมาจึงรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า อาวุธเวทแก่นชีวิตของข้าเสียหายอย่างหนัก เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร!” เหรินเยี่ยนไล่ตามมา ด่าทออย่างเดือดดาลด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ
จินเฟยเหยาขมวดคิ้ว เผยสายตาดุร้าย “ตะโกนทำไม อาวุธเวทแก่นชีวิตของข้าก็เสียหายไปอันหนึ่ง มิใช่มีเ