พียงของเจ้าที่เสียหาย เจ้าตะโกนใส่ข้าทำไม มือสังหารอยู่ทางนั้น หากเจ้ามีความสามารถก็ไปหาพวกเขาสิ”
“ข้าบอกแต่แรกว่าไม่ให้เจ้าไป เจ้ายังจะไป เจ้าคนไม่เอาไหนทำเรื่องดีๆ ไม่ได้!” เหรินเยี่ยนเจ็บใจแทบตายแล้ว ติ่งเทียนซานเป็นอาวุธเวทแก่นชีวิตที่เขาเพิ่งหลอมสร้างได้ไม่ถึงสิบปี ติ่งเล็กๆ ที่เดิมสีเขียว ตอนนี้เหมือนหม้อโทรมๆ ที่ต้มอาหารมาร้อยปีแล้วไม่เคยล้างคราบเขม่าสีดำ
“เอะอะแทบตายแล้ว! ไม่อยากไปก็ไสหัวกลับไป ตลอดทางข้ามีท่าทางเป็นมิตรให้เจ้า แต่เจ้ายังหลงตัวเองว่าดีมาตลอด” จินเฟยเหยาตวาดอย่างเดือดดาล ถลึงตาใส่เขาอย่างอารมณ์ไม่ดี
คิดไม่ถึงว่าใบหน้าทะเล้นของจินเฟยเหยา พอมีโทสะขึ้นมาก็ดุร้ายอย่างยิ่ง เหรินเยี่ยนเอ่ยอย่างอำมหิต “ถ้ามิใช่อาจารย์สั่งไว้ ข้าคงกำจัดเจ้าไปนานแล้ว เจ้ายังไม่รู้จักซาบซึ้ง คิดไม่ถึงว่าจะตะโกนเถียงข้า”
“ฮึ” จินเฟยเหยาส่งเสียงออกมาจากจมูก เอ่ยอย่างเย็นชา “ถือว่าตนเองเก่งจริงๆ ต่อให้เจ้ามีคาถาตามวิญญาณนั่นแล้วอย่างไร คิดว่าข้าไม่มีวิธีลงมือกับเจ้าจริงหรือ? ข้าจะอัดเจ้าจนเหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย มดหนึ่งผลึกตัวหนึ่งก็สามารถกัดเจ้าตายได้”
“ข้าทนเจ้ามามากพอแล้ว วันนี้ข้าจะส่งเจ้าไปตายเสีย!” เหรินเยี่ยนกัดฟันเอ่ยอย่างอำมหิต
จินเฟยเหยาลูบใบหน้ามองเขาอย่างดูแคลน “ข้าเกรงว่าเจ้าไม่มีโอกาสลงมือแล้ว”
“พูดจาโอหัง เจ้าทดลองดู!” เหรินเยี่ยนหยิบกระบี่บินที่เขาใช้เหาะเหินออกมาแทงใส่จ