งขาว ส่วนอีกคนหนึ่งกลับเป็นผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษสวมชุดสีทองเป็นประกาย เนื่องจากท่านอ๋องหมาจื่อ จินเฟยเหยาจึงไม่มีความรู้สึกดีกับผู้บำเพ็ญเซียนที่สวมชุดสีเหลืองทอง นางจึงเอ่ยอย่างดูแคลน “สวมเสียเหมือนกองทองคำ ต้องหน้าตาใกล้เคียงกับท่านอ๋องหมาจื่อแน่”
“ถ้าเจ้าอยากตายก็อย่าทำให้ข้าเดือดร้อนไปด้วยได้หรือไม่ ถ้าถูกพวกเขาได้ยินเข้า เจ้ายังคิดจะไปอยู่หรือไม่” เหรินเยี่ยนมองนางด้วยสายตาเคร่งขรึม ยายคนปากเบานี่
จินเฟยเหยาโบกมือให้เขา “ไม่ต้องห่วง พวกเขาสู้กันจนเป็นแบบนั้น ถึงได้ยินก็ไม่ว่างมาลงมือกับพวกเรา อีกทั้งถึงเขามาจริงๆ ก็มีศิษย์พี่เหรินคอยต้านรับอยู่”
“เจ้า!” เหรินเยี่ยนเกือบคิดจะลงมือ พอคิดถึงคำสั่งของอาจารย์ก็ได้แต่อดทนไว้
“ตูม!” เสียงดังสนั่นดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้จินเฟยเหยาและเหรินเยี่ยนมีการเตรียมตัว นำของวิเศษออกมาต้านทานปราณกระบี่และคลื่นการโจมตีที่ตามมาทันที จากนั้นก็เห็นผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนนั้นมีดอกจวี๋เบ่งบานอยู่ด้านหลัง ปราณสังหารกดดันคนและเจตนาสังหารเต็มไปทั่วท้องนภา ขนาดจินเฟยเหยาและเหรินเยี่ยนอยู่ไกลยังเกือบจะทนไม่ไหว เลือดลมปั่นป่วนจนกระอักโลหิตออกมา
“นี่มัน! ไม่จริงน่า…” เห็นดอกจวี๋ด้านหลังผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนนั้น จินเฟยเหยาก็คิดถึงคนผู้หนึ่ง นางตะลึงงันไปชั่วขณะ จากนั้นเหาะไปยังสถานที่ที่ผู้บำเพ็ญเซียนสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างกะทันหัน
“เจ้าทำอะไร!” เหรินเยี่