ฉือชางเจินเหรินจึงนึกได้ว่าตนเองยังไม่ได้มอบตานสัตว์ปิศาจและจดหมายที่ต้องส่งให้จินเฟยเหยา พลิกมือวูบ ป้ายหยกชิ้นหนึ่งและกระเป๋าเก็บของอันงามประณีตใบหนึ่งก็ปรากฏบนมือ
“รับไป บนป้ายหยกมีการป้องกัน เจ้าไม่ต้องแอบดู เพียงมอบให้หวังโหยวหลิงแห่งเมืองซันจือก็พอ หวังโหยวหลิงรับผิดชอบดูแลเขตเหมืองวิญญาณที่เมืองซันจือ สามารถหาตัวเขาพบได้ง่ายมาก” เอ่ยจบ ฉือชางเจินเหรินก็โยนสิ่งของในมือให้จินเฟยเหยา
เขตเหมืองวิญญาณ! จินเฟยเหยามีกำลังใจ ได้มาโดยไม่เปลืองแรง[1]จริงๆ นางตัดสินใจว่า ต้องไปส่งจดหมายนี้ถึงโลกระดับเทพให้ได้
จากนั้นนางโยนป้ายหยกใส่ในถุงเฉียนคุนโดยไม่มองเลยสักนิด เพียงหยิบกระเป๋าเก็บของขนาดเล็กมาดูด้านใน จากนั้นเอ่ยถามอย่างสงสัย “ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ในนี้มีเพียงตานสัตว์ปิศาจพวงองุ่นและตานสัตว์ปิศาจขั้นหกห้าสิบเม็ด แต่ไม่มีศิลาวิญญาณชั้นกลาง”
“ศิลาวิญญาณ?” ฉือชางเจินเหรินนิ่งอึ้ง ย้อนนึกดูจึงจำได้ เมื่อวานในตอนแรกเคยบอกว่าจะให้ศิลาวิญญาณชั้นกลางหนึ่งพันก้อน ต่อมานางกับลั่วฝานเจินเหรินต่อรองจำนวนตานสัตว์ปิศาจอยู่นาน ทำให้ทุกคนลืมศิลาวิญญาณไม่กี่ก้อนนี้ไป
“เหยียนถง ไปนำศิลาวิญญาณหนึ่งพันก้อนมา” ฉือชางเจินเหรินบอกศิษย์ขั้นฝึกปราณคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงมุม
เด็กน้อยที่ดูไปเพิ่งอายุสิบเอ็ดสิบสองปีพยักหน้าแล้วเดินไปด้านหลัง ครู่หนึ่งเขาก็นำกระเป๋าเก็บของที่บรรจุศิลาวิญญาณออกมามอบให้จินเฟยเหยา
จินเฟ