กินไป ยาวถึงสิบกว่าจั้งเต็มๆ แค่บนพื้นเบื้องหน้าจินเฟยเหยาก็มีรอยกระบี่เช่นนี้เจ็ดแปดรอย
“นี่คือปราณกระบี่ของผู้ใด คิดไม่ถึงว่าจะร้ายกาจขนาดนี้ ไร้คุณธรรมมากไปแล้ว ใช้กระบวนท่าแบบนี้สุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร ถ้าพลั้งมือสังหารคนที่ผ่านมาจะทำอย่างไร” จินเฟยเหยาตกใจอย่างยิ่ง เงยหน้าขึ้นมองไปยังสถานที่ที่มีเสียงดังมา
ทางนั้นยังมีเสียงตูมๆ ดังมาอย่างต่อเนื่อง คลื่นโจมตีก็กวาดมาไม่หยุด เพียงแต่ไม่ดุร้ายเหมือนก่อนหน้านี้ ต่อให้อยู่ห่างไกลอานุภาพกดดันก็กระแทกมาบนร่างของนางราวกับคลื่นทะเล
ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่…อานุภาพกดดันเหล่านี้เป็นของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ จินเฟยเหยามั่นใจว่าเบื้องหน้าอย่างน้อยต้องมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่สองคนกำลังต่อสู้กัน อันตรายมาก อ้อมทางไปดีกว่า จินเฟยเหยาครุ่นคิด จากนั้นจึงค้นหาต้านิวและพั่งจื่อ เหรินเยี่ยนเพียงแค่ร่วมทางมาชั่วคราว ถ้าเขาถูกรอยกระบี่เหล่านี้ฟันตายก็ดีสิ
หลังจากค้นหาในพื้นที่หนึ่งหลี่ นางจึงพบเหรินเยี่ยนเดินนำพั่งจื่อและต้านิวมา เห็นเขาไม่บุบสลายสักนิด ทว่าตนเองถูกหม้อคว่ำใส่ จินเฟยเหยาอดเบือนหน้าไปส่งเสียงขึ้นจมูกไม่ได้
“ทางนั้นมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่กำลังต่อสู้กัน พวกเราอ้อมทางไปดีกว่า ถ้าอย่างไรกลับไปเมืองเล็กๆ ที่เพิ่งผ่านมาก่อนและพักผ่อนสักหลายวัน รอพวกเขาสู้กันจบแล้วพวกเราค่อยออกเดินทาง” จินเฟยเหยาเสนอแนะ
เหรินเยี่ยนมอ