หวงมาถึงสำนักฉีเทียน ถ้าเหยียบของวิเศษบินได้ใช้เวลาเพียงสิบกว่าวันก็ถึง จินเฟยเหยาคำนวณดู ยังห่างจากวันที่เรือออกเดินทางอยู่มาก จึงไม่รีบร้อนไปสำนักฉีเทียน
ตลอดทางนางไปๆ หยุด ชักช้าอืดอาดจึงทำให้เหรินเยี่ยนหงุดหงิด วันนี้ในที่สุดก็ทนจนทนไม่ไหว เตรียมด่าทอนางสักยก ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็สู้กันสักรอบ ใครแพ้คนนั้นต้องเชื่อฟัง
ในขณะที่เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกำลังจะด่าทอ ท้องฟ้าพลันมีแสงสีเหลืองเสียดแทงนัยน์ตาวาบขึ้น ตามมาด้วยเสียงตูมดังสนั่น ทั้งสองคนเบิกตาโตมองดูสถานที่ที่มีเสียงดังมา ก็เห็นคลื่นการโจมตีกวาดมาด้วยตาเนื้อ ไม่รอให้จินเฟยเหยาเก็บหม้อไฟที่กำลังแขวนอยู่บนพรมบิน นางก็ถูกคลื่นโจมตีในการต่อสู้ครั้งนี้กระแทกลอยไปหลายร้อยจั้ง
“ร้อนลวกแทบตายแล้ว!” จินเฟยเหยาดึงหม้อบนศีรษะลงมา แล้วลุกขึ้นยืนท่ามกลางเศษหินและพุ่มไม้ คลื่นการโจมตีเมื่อครู่แข็งแกร่งเกินไปทำให้พรมบินพลิกคว่ำทันทีน้ำแกงร้อนๆ ในหม้อราดรดใส่ศีรษะนางทั้งหมด โชคดีที่จินเฟยเหยาเนื้อหนังหยาบหนา เพียงรู้สึกร้อนลวกแต่ไม่ถูกลวกจนบาดเจ็บ
จินเฟยเหยาสลัดหม้อทิ้งและมองไปรอบด้าน พั่งจื่อและต้านิวไม่รู้ว่าลอยไปที่ใดแล้ว เหรินเยี่ยนก็ไม่รู้ว่าไปทางใด ต้องถูกคลื่นการโจมตีเมื่อครู่พัดลอยไปแน่ๆ มองรอบด้านอีกครั้ง ต้นไม้ทั้งหมดถูกพัดร่วงลงกับพื้น บนพื้นปรากฏร่องลึกหลายสาย ข้างร่องเรียบลื่นราวกับถูกยอดฝีมือฟันออกมาในดาบเดียว เพียงแต่รอยกระบี่ใหญ่เ