งมอบให้ข้า ข้ายังไม่ได้คิดเลยว่าจะใช้กับวงเวทอะไร”
ไป๋เจี่ยนจู๋มองเฟิงอวิ๋นจู๋แวบหนึ่ง เขากำลังถือขวดแก้วที่มีวิญญาณมังกรสองตัวเป็นประกายในมืออย่างกระหยิ่มยินดี
“ศิษย์พี่เฟิง วิญญาณมังกรสองตัวก็ซื้อท่านได้แล้วหรือ กลับเถอะ ในที่สุดก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ได้เสียที” ไป๋เจี่ยนจู๋สะบัดแขนเสื้อจากไป ทิ้งเฟิงอวิ๋นจู๋ไว้เบื้องหลัง
“รอข้าด้วย จะรีบไปทำไม” เฟิงอวิ๋นจู๋หัวเราะแล้วก้าวขึ้นเหยียบไผ่วั่นคงไล่ตามไปติดๆ
ราตรีอันยาวนาน ท้องนภาที่มีผู้บำเพ็ญเซียนยอดเยี่ยมอย่างแปลกประหลาด นอกจากท้องฟ้าพร่างดาว ยังมีของวิเศษที่มีแสงสีงดงามตระการตาแหวกอากาศไปเป็นสายๆ ในแสงสีเหล่านั้นก็มีจินเฟยเหยาและเหรินเยี่ยนที่มีสีหน้าเหมือนเร่งเดินทางกลับไปจัดงานศพ
“ศิษย์พี่เหริน ยามราตรีไม่หลับใหล ท่านมาร้องสักเพลงให้รื่นเริงหน่อยดีหรือไม่?” จินเฟยเหยานั่งบนพรมบิน มือซ้ายถือจอกสุราเล็กๆ บนพรมบินมีถั่วลิสงคั่วและเนื้อสัตว์กับเต้าหู้แห้งนิดหน่อย ดื่มสุราลงท้องหนึ่งคำ จากนั้นก็กินถั่วลิสง นางนั่งหันหน้าให้เหรินเยี่ยนที่ขี่กระบี่บินแคบๆ อยู่ไม่ไกลนักพลางยิ้มตาหยี
เหรินเยี่ยนแค้นจนกัดฟันกรอดๆ ถลึงตาใส่นางด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก จากนั้นจึงเบือนหน้าไปไม่สนใจนาง
ตานสัตว์ปิศาจในท้องกำลังถูกดูดซับอย่างช้าๆ ตอนนี้จินเฟยเหยากินอาหารเพราะติดปาก ทว่าตลอดทางสามารถทำให้เหรินเยี่ยนผู้น่าชังมีโทสะได้ สบายใจจริงๆ
จากสำนักตงอวี้