้ นางก็สบายใจสุดๆ
“ข้าอะไร รีบไปเถอะ ฟ้าจะมืดแล้ว ต่อให้พวกเราเป็นผู้บำเพ็ญเซียนไม่ต้องนอนหลับก็ล่าช้าเพราะเหตุนี้ไม่ได้” จินเฟยเหยากลอกตาใส่เขา โยนพรมบินออกมาแล้วขึ้นไปนั่ง ไม่เอ่ยอะไรกับเหรินเยี่ยนก็บินออกไป
ถ้าไม่ใช่คำสั่งอาจารย์ เหรินเยี่ยนคงสะบัดหน้ากลับไปแล้ว เขากัดฟันกล้ำกลืนโทสะนำกระบี่บินกว้างสองนิ้วมือเล่มหนึ่งออกมาและเหยียบกระบี่บินไล่ตามไป
ทั้งสองคนพุ่งตรงไปยังประตูใหญ่ของสำนักตงอวี้หวง และเดินเป็นระยะทางสั้นๆ ตรงประตูไม่กี่ก้าว หลังออกจากการป้องกันก็ก้าวขึ้นของวิเศษเหาะไปไกล ครู่หนึ่งก็หายไปโดยไร้ร่องรอย
บนยอดเขาลูกหนึ่งที่ใกล้กับประตูสำนักของสำนักตงอวี้หวง ไป๋เจี่ยนจู๋ยืนอยู่บนหน้าผาเงียบๆ มองส่งจินเฟยเหยาจากไป
“ข้าว่านะศิษย์น้องไป๋ เจ้าอยากไปส่งผู้อื่นก็ไปส่งอย่างสง่าผ่าเผย จะยืนมองอยู่ตรงนี้ทำไม คนไปลับสายตาแล้ว” เฟิงอวิ๋นจู๋นั่งอยู่บนหน้าผาเล่นขวดแก้วโปร่งใสใบหนึ่งในมือ
ไป๋เจี่ยนจู๋เอ่ยอย่างชืดชา “ข้าเพียงแค่อยากแน่ใจว่านางจากไปจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่พูดว่าจากไป ที่จริงหลบอยู่สถานที่ใดสักแห่งก่อเรื่องเดือดร้อนให้พวกเราต่อ”
เฟิงอวิ๋นจู๋มองเขาอย่างตกตะลึง เอ่ยอย่างไม่เข้าใจ “ศิษย์น้องเล็กมีนิสัยไม่เลว เหตุใดเจ้าจึงคิดกับนางเช่นนี้ ข้ากึ่งขายกึ่งมอบวงเวทวิญญาณสิบสองปิศาจให้นางชุดหนึ่งที่เมืองลั่วเซียน จนถึงตอนนี้นางยังจำได้ เจ้าดูสิ นี่คือวิญญาณมังกรขั้นหกสองตัวที่นา