หน่อย สามารถขับไล่นางไปได้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด” ฉือชางเจินเหรินมองสีหน้าเหรินเยี่ยนก็รู้ว่าเขาไม่ยินดี แต่จินเฟยเหยาจะไปเดี๋ยวนี้ นอกจากเขาแล้วไม่มีตัวเลือกอื่นจริงๆ หากมิใช่เกรงว่าจินเฟยเหยาจะหนีไปกลางทาง เขาก็ไม่อยากหาคนมาเดินทางเป็นเพื่อนให้ยุ่งยากขนาดนี้
จากนั้นฉือชางเจินเหรินก็กำชับเหรินเยี่ยนอีกหลายประโยค ให้เขาระวังป้องกันตนเอง ยิ่งพูดจาก็ยิ่งมากความ พูดอยู่นานจึงปล่อยเหรินเยี่ยนไป
รอเหรินเยี่ยนกลับไปเก็บสัมภาระเดินทาง และสั่งความกับศิษย์น้อยที่ตนเองรับไว้ เมื่อมาถึงประตูตำหนักเซียวเทียนก็เห็นจินเฟยเหยาพิงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง สองมือกอดอก ในปากเคี้ยวอะไรบางอย่างกร้วมๆ เขย่าเท้าข้างหนึ่งอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าหมดความอดทนอย่างยิ่ง
“ศิษย์พี่เหริน ท่านชักช้าเกินไปแล้วนะ ตั้งแต่ข้าจากไปจนเก็บของ ทั้งยังไปอำลาศิษย์ทั้งหมดของตำหนักซวีชิงทีละคนใช้เวลาไปเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น ท่านแค่ไปส่งข้า ไม่ต้องไปโลกระดับเทพ ถึงกับใช้เวลาไปหนึ่งชั่วยามเต็มๆ หรือท่านฉวยโอกาสใช้เวลานี้ไปบำเพ็ญคู่ในถ้ำเซียน?”
“เจ้า!” เหรินเยี่ยนถลึงตาใส่จินเฟยเหยา ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงไม่หยุด ดูแล้วเดือดดาลสุดขีด
อ้อ เป็นคนโมโหง่าย เห็นเจ้าพูดจาเย็นชาใส่ข้า ตลอดทางจะทำให้เจ้ามีโทสะจนเกินพอ จินเฟยเหยาแอบหัวเราะในใจ ที่จริงนางใช้เวลาไปสองชั่วยาม ที่พูดแบบนี้เพื่อจงใจทำให้เหรินเยี่ยนมีโทสะ เห็นเหรินเยี่ยนมีโทสะจนเป็นแบบนี