้สักอัน ต้องการมีมาดเพียงใดก็มีเพียงนั้น
จินเฟยเหยาที่ตกอยู่ในความตื่นเต้นไม่ได้ยินคำเตือนซ้ำๆ ซากๆ ของคงจู๋อู๋แล้ว นางวิ่งออกจากตำหนักซวีชิงไปด้วยความตื่นเต้น ตลอดทางนางแอบยิ้มและแวะกล่าวอำลาบรรดาศิษย์พี่ทุกท่าน คิดจะเก็บของออกเดินทางเร็วๆ หน่อยอย่างอดใจรอไม่ไหว
บรรดาศิษย์พี่แห่งตำหนักซวีชิงได้ยินจินเฟยเหยาบอกว่าจะจากไปกะทันหัน ชั่วขณะก็ไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้าเช่นไร ตัวก่อเรื่องไปแล้วย่อมต้องยินดี แต่นางไม่เคยทำเรื่องที่ผิดต่อตำหนักซวีชิงเลย แสดงสีหน้ายินดีมากเกินไปก็ไม่ดี แต่ก็ไม่กล้าโน้มน้าววุ่นวาย ถ้ารั้งให้นางอยู่อย่างสุภาพแล้วนางคิดจะไม่ไปจริงๆ คงแบกความรับผิดชอบนี้ไม่ไหว
ในขณะที่จินเฟยเหยาปีติยินดีจึงไม่ได้พูดกับพวกเขามากนัก นางทักทายทีละคนราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำก็วิ่งจากไป
จากนั้นจินเฟยเหยามาถึงหน้าถ้ำเซียนของไป๋เจี่ยนจู๋ เห็นห้องเงียบกริบก็ตะโกนเสียงดัง “ศิษย์พี่ไป๋ พรุ่งนี้ข้าจะไปแล้วนะ ขอคืนน้ำพุร้อนให้ท่าน ท่านวางใจเถอะ พวกพั่งจื่อไม่ได้ปัสสาวะใส่น้ำ ท่านใช้ได้อย่างวางใจ”
จินเฟยเหยาเห็นภายในห้องไม่มีความเคลื่อนไหว ก็ตะโกนต่ออีก ข้าพูดความจริงนะ “ท่านน่ากินจริงๆ ต่อไปต้องระวังคนชั่ว อย่าให้ถูกคนจับไปกินล่ะ”
จินเฟยเหยาฉวยโอกาสที่ไป๋เจี่ยนจู๋ยังไม่ได้พุ่งออกมากระอักโลหิต วิ่งกระโดดโลดเต้นจากไป
กลับมาถึงเขตของตนเอง นางเก็บตึกหลิงหลงพลางเอ่ยกับตนเอง “ข้าพูดคลุมเครือเกินไปหรือไม่