ต้องบอกเขาตรงๆ หรือไม่ว่าจินตันที่ควบรวมขึ้นจากเส้นทางแห่งการเข่นฆ่า รสชาติเลิศรสกว่าจินตันของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมคนอื่นๆ หลายเท่า เหมือนกับของพี่จู๋ ท่าทางจินตันที่เกิดปรากฏการณ์ประหลาดจะน่ากินเป็นพิเศษ”
พูดถึงตรงนี้ จินเฟยเหยาพลันนึกขึ้นได้ ตอนตนเองเจี๋ยตันก็เคยเกิดปรากฏการณ์ประหลาด ทว่าพอคิดถึงเจ้าสิ่งที่พอไม่ได้กินก็ประท้วง นางก็ส่ายศีรษะ เจ้านั่นต้องไม่น่ากินแน่ ตัวอ้วนขนาดนั้นย่อมต้องทั้งเหม็นทั้งมันเลี่ยนแน่นอน
ตกลงกันไว้ว่าวันที่สองจึงออกเดินทาง ทว่าสองชั่วยามให้หลังจินเฟยเหยาก็เก็บสัมภาระเดินทางเสร็จเรียบร้อยและปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูตำหนักเซียวเทียนแล้ว
ฉือชางเจินเหรินเห็นใบหน้าตื่นเต้นและใจร้อนอยากออกเดินทางของจินเฟยเหยาแล้วก็รู้สึกหมดวาจา ได้แต่ให้คนไปตามเหรินเยี่ยน
ครู่หนึ่ง ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมช่วงต้น อายุยี่สิบกว่าปีท่าทางเย็นชาและไม่ยินยอมคนหนึ่งก็เดินเข้ามา หลังคารวะฉือชางเจินเหริน เขาก็ไปยืนห้อยมืออยู่ด้านข้างโดยไม่มองจินเฟยเหยาสักแวบ
จินเฟยเหยามองเขาอย่างสงสัย ในใจอดคิดไม่ได้ คนเฝ้าคลังเก็บของไม่ธรรมดาเลย พอเห็นสีหน้านั่นก็รู้แล้วว่าคงไม่หยิบสิ่งของมั่วซั่ว
“จินเฟยเหยา นี่คือเหรินเยี่ยนศิษย์ผู้สืบทอดของข้า ให้เขาไปหอฉีเทียนเป็นเพื่อนเจ้าตลอดทาง” ยามนี้ ฉือชางเจินเหรินเอ่ยวาจากับจินเฟยเหยา
“หา?” จินเฟยเหยานิ่งอึ้ง ชี้เหรินเยี่ยนแล้วเอ่ยกับฉือชางเจินเหรินว