ล้วรีบวิ่งออกจากตำหนักเซียวเทียน
“ถ้ามิใช่เห็นแก่หน้าของศิษย์น้องจู๋ ข้าฟาดนางตายไปนานแล้ว!” หลังจินเฟยเหยาจากไป ลั่วฝานเจินเหรินที่แลดูใจดีมีเมตตาก็เอ่ยอย่างเดือดดาล
“พอแล้ว จะไปถือสาเด็กน้อยขั้นหลอมรวมคนหนึ่งขนาดนี้ทำไม พวกเราเป็นสำนักอันเที่ยงธรรมที่มีชื่อเสียง สิ่งที่กระทำปกติคือเรื่องอันถูกต้องเปิดเผย ฟาดนางให้ตายก็แค่หาความยุ่งยากใส่ตัวเท่านั้น” โทสะของฉือชางเจินเหรินสงบลงแล้ว เขาเป็นเจ้าสำนักแห่งหนึ่ง เคยจัดการเรื่องที่ซับซ้อนและตึงมือมามากมาย ถ้าใส่ใจเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังจะเป็นเจ้าสำนักที่ดีมีชื่อเสียงเลื่องลือภายนอกได้อย่างไร
ลั่วฝานเจินเหรินได้ยินคำพูดของเขาก็เอ่ยพึมพำเสียงค่อย “ศิษย์น้องจู๋ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนั้นที่โลกระดับดิน ไม่เห็นจะมีจิตใจสง่าผ่าเผยสักเท่าไรเลย”
“เจ้าจะรู้อะไร!” ครั้งนี้ฉือชางเจินเหรินมีโทสะจริงๆ แล้ว จึงด่าทออย่างอารมณ์เสีย “เขาทำแบบนั้นเพราะมีสาเหตุ เจ้ามีสมองเสียเปล่าจริงๆ เผ่ามารควบคุมระดับสูงของสำนักโลกระดับดินมากมาย ทั้งยังซุ่มซ่อนอยู่นับร้อยปี เผ่ามารที่คลุมเปลือกนอกเป็นผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์เหล่านั้นคิดจะทำให้โลกระดับดินกลายเป็นสวนหลังบ้านของพวกเขา!”
“การสู้รบวุ่นวายทำลายแผนการของพวกเขา ผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมากที่ถูกเผ่ามารควบคุมตกตายในสนามรบ ตอนแรกโลกระดับวิญญาณส่งผู้บำเพ็ญเซียนลงไปจำนวนไม่น้อยจึงเข้าใจแผนการร้ายของเผ่ามารอย่างถ่องแท้ ถ้ามิใ