ช่ศิษย์น้องจู๋ของเจ้า พวกเจ้าจะสามารถควบคุมดินแดนในโลกระดับดินทั้งหกอีกได้อย่างไร ถึงโลกระดับดินจะไม่มั่งคั่งเท่าโลกระดับวิญญาณแต่ก็ถือว่าเป็นดินแดนของตนเอง ดีกว่าได้ครอบครองขุนเขาลูกเดียวที่โลกระดับวิญญาณมากนัก!” ฉือชางเจินเหรินถลึงตาใส่นางอย่างดุร้าย
เนื่องจากยึดครองดินแดนโลกระดับดินหกใบ ดังนั้นสำนักตงอวี้หวงจึงเตรียมก่อตั้งสำนักสาขาที่โลกระดับดิน ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ที่ชื่อสยงเทียนคุนไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังจริงๆ ภายใต้การสนับสนุนของพวกเขาสามสิบเจ็ดสำนัก สามารถยึดครองดินแดนหนึ่งในสามของโลกระดับดินได้ ฉือชางเจินเหรินถือว่าพอใจกับผลลัพธ์นี้ ดินแดนซึ่งถูกคนที่สำนักอื่นๆ คัดเลือกมาช่วงชิงและยึดครองส่วนใหญ่ใกล้เคียงกัน ขอเพียงไม่โจมตีกันเอง รอให้สถานการณ์สงบลง สำนักที่เข้าร่วมสงครามได้ดินแดนก็สามารถกำหนดเขตได้
จู๋ซวีอู๋สร้างความชอบ นอกจากความแข็งแกร่งแล้วก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ถูกฉือชางเจินเหรินมองด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปและใส่ใจเป็นพิเศษ
ลั่วฝานเจินเหรินถูกด่าทอยกหนึ่ง รู้ตัวว่าพูดผิดไป ได้แต่เงียบไม่กล้าระบายโทสะ
ส่วนจินเฟยเหยาพอออกจากตำหนักเซียวเทียน ก็กลับตำหนักซวีชิงอย่างยินดี และวิ่งไปหาคงจู๋อู๋
พอคงจู๋อู๋ได้ยินก็พูดไม่ออกทันที ตำหนักเซียวเทียนถึงกับข้ามหัวพวกเขา ใช้วิธีนี้ขับไล่นางไป โลกระดับเทพไม่ใช่สถานที่ที่อาศัยอยู่ได้ง่ายๆ เห็นท่าทางยินดีอย่างยิ่งของนาง เกรงว่าคงไม่รู