้สภาพการณ์ของโลกระดับเทพเลยสักนิด
“ข้าคิดว่าเจ้าหาข้ออ้างปฏิเสธเรื่องนี้ดีกว่า พวกเขาจงใจฉวยโอกาสตอนที่อาจารย์ไม่อยู่ คิดจะไล่เจ้าไป” คงจู๋อู๋เอ่ยเตือน
จินเฟยเหยาค้นถุงเฉียนคุนพลางเอ่ยว่า “ข้ารู้ว่าพวกเขาจงใจ ถ้าไปโลกระดับเทพแล้วคิดจะกลับมาเกรงว่าคงไม่ง่ายดาย ในเวลาสั้นๆ ข้าคงซื้อตั๋วเรือที่เมืองวั่นเซียนสุ่ยไม่ไหวแน่”
“แล้วเจ้ายังจะรับปาก?” คงจู๋อู๋เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ที่จริงเดิมทีข้าคิดจะจากไป ข้าอยู่ที่นี่รบกวนพวกท่านมานานมากแล้ว ทำเอาพวกท่านแตกตื่นไปหมด ทั้งยังกินสัตว์ภูติไปมากมาย ต่อไปต้องถูกคนหาหลักฐานได้แน่ ข้าต้องทำงานกี่ปีจึงสามารถชดใช้ได้ ย่อมต้องฉวยโอกาสนี้จากไป” จินเฟยเหยายิ้มแย้ม
คงจู๋อู๋หลุดปากออกมาโดยไม่รู้ตัว “ที่แท้เจ้าก็รู้ว่าเจ้าทำเรื่องงามหน้า”
พอหลุดปาก เขาก็รู้ว่าพูดเกินไปราวกับตนเองรำคาญนางอย่างยิ่ง
จินเฟยเหยาไม่ใส่ใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างเบิกบาน “ข้าไม่ใช่คนโง่ ข้าย่อมรู้ว่าตนเองหาเรื่องยุ่งยากมาให้พวกท่านมากมายเพียงใด ถ้าถูกพบว่าข้ากินสัตว์ภูติ ต่อให้ข้าไม่ใช่ศิษย์ของตำหนักซวีชิง ก็ทำให้พวกท่านพัวพันไปด้วยเนื่องจากพี่จู๋พาข้ากลับมา อีกทั้งข้ายังกินมากเกิน ถ้าอยู่ต่อไปอาจจะเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้น”
“เจ้ารู้ชัดๆ ยังขโมยสัตว์ภูติกิน” คงจู๋อู๋ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี นางรู้ว่าเรื่องที่ตนเองทำก่อความเดือดร้อนมากเพียงใดมาตั้งแต่ต้นจนจบ คิดไม่ถึงว่ายังจะทำ
“ข้าไม่มีทาง