ใหญ่เกินไปไม่ค่อยลง จินเฟยเหยาไม่อยากให้คนอื่นเห็นตนเองเคี้ยวเต็มปากจนแก้มพองออกมาเหมือนกระรอก
“มิน่าเล่าข้าถือตานสัตว์ปิศาจก็ไม่มีความคิดอยากจะกินพวกมัน รสชาติของสิ่งนี้ไม่อร่อยอย่างยิ่ง” จินเฟยเหยากัดตานสัตว์ปิศาจที่แข็งสุดเปรียบปานกร้วมๆ กินต่างลูกอม เขียนจดหมายหาปู้จื้อโหยวเสร็จ นางก็นำแท่งหยกใส่บนขาของนกปีกสวรรค์ ตบศีรษะของมันแล้วปล่อยออกไป นกปีกสวรรค์กระพือปีกแล้วบินวูบหายลับไปจากที่เดิม
เห็นนกปีกสวรรค์บินจากไป จินเฟยเหยาก็ลูบคางเอ่ยว่า “เพิ่มความเดือดร้อนให้พี่จู๋มากมายถึงเพียงนี้ ข้าสมควรจะทิ้งสิ่งของอะไรไว้ให้ตำหนักซวีชิงหน่อยจึงถูกต้อง เช่นนั้นก็ทิ้งสิ่งของที่ข้าชอบที่สุดไว้ให้เขาก็พอ”
ในขณะที่จินเฟยเหยาเตรียมจะค้นถุงเฉียนคุน อวี้จูก็ขี่อินทรีสีขาวหิมะตัวหนึ่งมาหานาง “ดียิ่งนัก ผู้อาวุโสอยู่พอดี” นางลงจากอินทรีสีขาวหิมะมาคารวะจินเฟยเหยาก่อน
วันนั้นเมื่อกลับถึงสำนักตงอวี้หวง อวี้จูก็ถูกเรียกไปตำหนักเซียวเทียน ได้ยินว่าถูกไต่สวนถึงสองชั่วยามกว่าเต็มๆ หานเฟิงเฉินผู้อาวุโสของตำหนักตงไถต้องไปด้วยตนเองจึงสามารถนำนางกลับมาได้ แต่ต่อมาเจ้าสำนักก็ไม่เคยมีความเคลื่อนไหวอะไร มีท่าทางเหมือนคลื่นลมสงบนิ่งมาโดยตลอดราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
“มาหาข้ามีธุระอะไร?” จินเฟยเหยาถามอย่างสงสัย หรือคิดจะมาหาเฟิงอวิ๋นจู๋อีก?
อวี้จูมองจินเฟยเหยาที่กำลังเคี้ยวลูกอมกรุบๆ พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ผู้อาวุโส