กินอาหารอีกแล้ว ครั้งนี้กินของดีอะไร”
“ของสิ่งนี้ให้เจ้าไม่ได้ กินแล้วจะตายเอา” จินเฟยเหยาอมตานสัตว์ปิศาจพลางเอ่ยวาจา
“ผู้อาวุโสชอบล้อเล่นจริงๆ ครั้งนี้ข้ามาเชิญผู้อาวุโสไปตำหนักเซียวเทียน” อวี้จูรู้ดีว่าขอแบ่งของกินจากนางได้ยากยิ่งจึงเพียงแต่ยิ้ม
จินเฟยเหยากระพริบตาปริบๆ คิดไม่ถึงว่าตำหนักเซียวเทียนจะข้ามหัวตำหนักซวีชิง ให้อวี้จูที่มีการคบหากับตนเองอยู่บ้างมาตามตนเอง หรือว่ามีแผนการร้าย? ในใจคิดเช่นนี้ นางจึงเอ่ยถามตรงๆ ว่า “เจ้าเป็นคนของตำหนักตงไถมิใช่หรือ? ตำหนักเซียวเทียนไม่มีคนแล้วหรือจึงให้เจ้ามาตามข้า มีหลุมพรางจะให้ข้ากระโดดลงไปใช่หรือไม่ ดังนั้นจึงใช้คนรู้จักของข้ามาตาม”
“ไม่มีเรื่องเช่นนั้น ไม่ใช่เช่นนั้น” อวี้จูรีบอธิบายพลางโบกไม้โบกมือ “เจ้าสำนักมีธุระคิดจะเชิญท่านไปสักครา ข้าเห็นพวกเขามีใบหน้าอ่อนโยนยิ้มแย้ม ต้องไม่มีแผนการร้ายแน่ อีกทั้งต่อหน้าคนมากมาย เจ้าสำนักจะทำเรื่องเลวร้ายกับผู้อาวุโสได้อย่างไร”
เห็นอวี้จูท่าทางร้อนใจ จินเฟยเหยาก็ปิดปากหัวเราะ “ล้อเจ้าเล่นหรอก ดูเจ้าร้อนใจเข้าสิ ไปเถอะ ข้าอยากไปดูหน่อยว่ามาตามข้ามีธุระอะไร”
“ผู้อาวุโสชอบล้อเล่นจริงๆ คำพูดที่ท่านพูดเมื่อครู่ทำให้ข้าตกใจแทบแย่” อวี้จูปาดเหงื่อบนหน้าผาก
จินเฟยเหยาพาพั่งจื่อและต้านิวนั่งพรมบินติดตามด้านหลังของอินทรีสีขาวหิมะของอวี้จูบินไปยังตำหนักเซียวเทียนด้วย
ระหว่างทางเห็นขนาดร่างกายอินทรีสีขาวหิ