ายิ้มให้เขา “ศิษย์พี่ไป๋ มาหาข้ามีธุระอะไร?”
ผิวพรรณของจินเฟยเหยาถือว่าไม่เลว มีสีขาวผ่องภายใต้แสงจันทร์และมองเห็นกระดูกไหปลาร้าใต้ลำคอได้อย่างชัดเจน ไป๋เจี่ยนจู๋เลื่อนสายตาออกไป เอ่ยอย่างแค้นเหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า “เจ้าสวมเสื้อผ้าได้หรือไม่ มีใครเขาปีนกำแพงคุยกับบุรุษอย่างเจ้าบ้าง?”
“ข้ายังไม่กลัว ท่านจะกลัวอะไร ขอเพียงท่านอย่าใช้การรับรู้มองข้าก็พอ” จินเฟยเหยายิ้มอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อครู่แช่น้ำไปนอนหลับไป น้ำพุร้อนร้อนลวกมาก ตอนนี้ตากลมราตรีเย็นสบายจริงๆ
ไป๋เจี่ยนจู๋เก็บการรับรู้กลับมานานแล้ว เขายังไม่เบื่อหน่ายถึงขั้นนั้น เห็นจินเฟยเหยาไม่ยอมไปสวมเสื้อผ้า เขาก็ได้แต่ปล่อยตามใจนาง แต่ก็จำต้องพูดธุระ ถึงดูแล้วจะแปลกๆ ทว่าก็สามารถพูดธุระต่อได้
ดังนั้น เขาจึงหลุบตาลงเอ่ยว่า “ข้าคิดจะหารือกับเจ้าหน่อย เจ้าอย่าจับสัตว์ภูติในสำนักอีกได้หรือไม่ พวกมันไม่ได้มีไว้กิน ถ้ากินจริงๆ คงไม่ค่อยอร่อย”
“ข้ายังนึกว่าเรื่องอะไร ไม่มีปัญหา ต่อไปข้าไม่กินแล้ว” จินเฟยเหยาตอบรับอย่างเบิกบาน ถึงอย่างไรตอนนี้นางต้องกินจินตันกินหยวนอิง ไม่อยากกินสัตว์ภูติแล้ว อีกทั้งระดับขั้นสัตว์ภูติที่นางจับในสำนักตงอวี้หวงก็ไม่สูง สัตว์ภูติที่มีตานสัตว์ปิศาจมีไม่ถึงหนึ่งส่วนและตานสัตว์ปิศาจยังมีขนาดเพียงเม็ดลำไย คิดจะแลกศิลาวิญญาณชั้นกลางก็ไม่ได้
จับสัตว์ภูติที่มีระดับขั้นสูงต้องใช้เวลา ความเคลื่อนไหวใหญ่โต ทั้งยังอยู่ข้า