งกายเจ้าของตลอดเวลา คิดจะกินก็จับยาก ตอนนี้พอดีเลยจะได้ลดความยุ่งยากลง
ไป๋เจี่ยนจู๋คิดไม่ถึงว่าจินเฟยเหยาจะรับปาก เขายังนึกว่าต้องเปลืองคารมไม่น้อยจึงสำเร็จ นี่ทำให้คำพูดที่เขาเตรียมไว้ไม่มีที่ให้ใช้ ชั่วขณะก็ไม่รู้ว่าจะพูดต่อจากนางว่าอย่างไรดี หลังหยุดครู่หนึ่ง เขาจึงถามว่า “แล้วต่อไปเจ้าจะกินอะไร?”
จินเฟยเหยายิ้มแย้ม “กินคน”
“กินคน?” ไป๋เจี่ยนจู๋ขมวดคิ้ว คำพูดเมื่อครู่ล้อเล่นจริงๆ ด้วย นางไม่เคยพูดอย่างจริงจัง
“ท่านรอสักครู่” จินเฟยเหยาบอกแล้วกระโดดลงจากกำแพงไผ่ จากนั้นคลุมเสื้อผ้าแล้ววิ่งออกมา
นางวิ่งมาถึงเบื้องหน้าไป๋เจี่ยนจู๋ ยื่นมือมาชี้ไป๋เจี่ยนจู๋แล้วเอ่ยว่า “อย่างเช่นกินท่าน ศิษย์พี่ไป๋ต้องอร่อยมากแน่ๆ”
เห็นสายตาประหลาดใจของไป๋เจี่ยนจู๋ นิ้วของจินเฟยเหยาก็ไถลลงมา ชี้หน้าท้องน้อยของไป๋เจี่ยนจู๋แล้วเอ่ยว่า “ตรงนี้ต้องอร่อยมากแน่ เลิศรสอย่างยิ่ง มิสู้ ท่านให้ข้ากินดีกว่า”
ใบหน้าของไป๋เจี่ยนจู๋บัดเดี๋ยวเขียวคล้ำบัดเดี๋ยวขาวซีดทันที จากนั้นเขาก็ทิ้งคำพูดประโยคหนึ่งไว้อย่างดุร้าย “คนไม่รู้จักอาย!” จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อจากไป
เห็นเขาเดินจากไปอย่างเดือดดาล จินเฟยเหยาก็ลูบศีรษะเอ่ยอย่างงุนงง “ท่านเป็นคนถามข้าชัดๆ ว่าต่อไปจะกินอะไร ข้าก็บอกตามตรงแล้วว่ากินคน อีกอย่าง ข้าก็ไม่ได้ชี้ผิด จินตันก็อยู่ตรงตันเถียน ทำไมต้องด่าข้าว่าไม่รู้จักอาย จริงๆ เลย ไม่ฟังเหตุผลบ้าง หน้าตาดีแล้วยอดเย