อกมาคารวะจินเฟยเหยา
ในเมืองเหล่านี้ ขอเพียงเป็นร้านค้าที่มีขนาดใหญ่หน่อย ปกติล้วนมีผู้บำเพ็ญเซียนอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงไม่รู้สึกแปลกใจ โชคดีที่อีกฝ่ายเป็นผู้บำเพ็ญเซียน แบบนี้จะได้พูดจาสะดวกหน่อย
จินเฟยเหยากวักมือเรียกเขาและตะโกนถามว่า “ข้าจะเช่าหอหลังนี้ของเจ้าใช้หน่อย ต้องการศิลาวิญญาณเท่าไร?”
“ถ้าผู้อาวุโสต้องการใช้ก็นำไปใช้ได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้” เถ้าแก่หอเฟยฮวายิ้มแย้มและเอ่ยอย่างสุภาพ
“โอ๋? ข้าว่าหอของเจ้ากลายเป็นแบบนี้แล้ว ต่อไปต้องสร้างขึ้นใหม่นะ หรือว่าเจ้าจะควักกระเป๋าตัวเอง? คำนวณดู รวมทั้งหมดต้องใช้ศิลาวิญญาณเท่าไร อีกสักครู่ก็บอกข้า เรียกพวกผู้รับใช้ของเจ้าให้เข้ามาทำอาหารและน้ำแกงร้อนๆ หน่อย จริงสิ เจ้าไปซื้อชุดสตรีสามร้อยยี่สิบชุดมาให้ข้า รูปแบบอย่างไรก็ได้แค่เป็นชุดที่สตรีสวมใส่ก็พอ รูปร่างใกล้เคียงกับข้าก็ได้ คำนวณศิลาวิญญาณทั้งหมดรวมกัน อีกสักครู่จะมอบให้เจ้า” ไม่ต้องให้จินเฟยเหยาควักศิลาวิญญาณ ย่อมต้องใจกว้างหน่อย
คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะสามารถชดใช้หอเฟยฮวาของตนเองได้ เถ้าแก่ของหอเฟยฮวาเห็นจินเฟยเหยาเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมจึงเตรียมใจไว้แต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายจะไม่จ่ายสักแดง ตอนนี้สามารถได้ค่าชดเชย เขาย่อมปีติยินดี รีบวิ่งไปเรียกผู้รับใช้ที่หนีออกไปให้กลับมาแล้วส่งคนออกไปซื้อเสื้อผ้า
เห็นภายในหอเริ่มเตรียมตัวขึ้นมา จินเฟยเหยาก็บินกลับเข้าไปใ