นั่งยองๆ ชิดกำแพง คนนำหน้าผู้นั้นถือน้ำเต้าเล็กๆ สีเขียวที่ส่องแสงกระพริบ ดูแล้วเป็นสิ่งของที่มีระดับไม่ต่ำต้อย อย่างน้อยก็น่าจะเป็นของวิเศษชั้นล่าง ทว่ากระบี่บินที่คนผู้นั้นแบกอยู่บนหลังราวกับกำลังสั่นนิดๆ
คนทั้งสองสวมชุดแปลกประหลาดยิ่ง กลับมิใช่เสื้อผ้าที่แปลกอะไร ทว่าเป็นชุดข้ารับใช้ขุนนาง
ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานสวมชุดข้ารับใช้ขุนนาง ถ้าเดินออกไปต้องทำให้คนหัวเราะจนฟันร่วงแน่ หรือว่านี่คือคนของสำนักจวนอ๋อง เจ้าสำนักสนใจจะเป็นท่านอ๋องหรือคหบดี?
จินเฟยเหยาไม่ได้แหวกหญ้าให้งูตื่น เพียงยืนอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ไกลนัก คิดจะดูสิว่าคนทั้งสองคิดจะทำอะไร จะได้ข้อมูลจากคำพูดหรือไม่
รออยู่นานก็ไม่เห็นพวกเขาสองคนมีความเคลื่อนไหว ตรงกันข้ามกลับเห็นพวกเขายิ่งตึงเครียดมากขึ้น
ผู้บำเพ็ญเซียนด้านหน้ากุมน้ำเต้าเล็กๆ แน่น ทั้งยังมีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผาก คิ้วขมวดจนแทบจะผูกเข้าด้วยกัน ส่วนคนด้านหลังยิ่งมีปฏิกิริยารุนแรงเข้าไปใหญ่ ลมหายใจหนักหน่วง ไม่รู้ว่านั่งยองๆ นานเกินไปจนขาชาใช่หรือไม่ จึงยิ่งสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“หลี่เอ้อร์ เพราะเหตุใดนางยังไม่เข้ามาอีก?” ผู้บำเพ็ญเซียนด้านหลังทนไม่ไหว ยื่นนิ้วมาจิ้มหลี่เอ้อร์ที่ถือน้ำเต้าอยู่ด้านหน้า
หลี่เอ้อร์ตกใจจนแทบกระโดด หันมาด่าทออย่างขุ่นเคืองเบาๆ “หวังอู่ เจ้าจิ้มข้าทำไม! ข้าตกใจแทบตาย!”
“ข้าเพียงอยากถามดู เพราะเหตุใดรออยู่นาน ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีขั้