นหลอมรวมคนนั้นยังไม่เข้ามา” หวังอู่หดคอพลางเอ่ยถาม
“ไม่รู้! เจ้ารออยู่ดีๆ ได้หรือไม่ ถ้าพูดแบบนี้แล้วถูกนางได้ยินเข้าพวกเรายังมีชีวิตอยู่ได้หรือ!” หลี่เอ้อร์ถลึงตาใส่เขาอย่างอารมณ์ไม่ดี จากนั้นยื่นศีรษะออกไปมองการป้องกันตรงทางเข้าอีกครั้ง
หวังอู่เปลี่ยนท่านั่งยองๆ พลางเอ่ยเสียงเบาดังเดิม “ข้าไม่รีบ พวกเรารออยู่นานแล้ว อีกทั้งเมื่อครู่เพิ่งเกิดเสียงดังมิใช่หรือ แต่เพราะเหตุใดนางจึงไม่ยอมเข้ามา พวกเราก็ให้ความร่วมมือกับนางเปิดประตูแล้ว”
“เจ้าโง่ ไม่เข้ามาก็ยิ่งดี เจ้าคิดจะต่อสู้กับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมสักรอบหรือ?” หลี่เอ้อจ้องมองการป้องกันอยู่ตลอดเวลา เกรงว่าจะเกิดความผิดปกติ
หวังอู่เบ้ปากเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้าไม่อยากหรอก พอผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมลงมือพวกเราสองคนยังมีชีวิตอยู่หรือ เพียงแต่ท่านอ๋องไม่คิดแบบนี้ ดึงดันจะให้พวกเราจับตัวผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมคนนี้ ไม่เช่นนั้นใครอยากจะมา เจ้าอีกับลู่ลิ่วเจ้าเล่ห์นัก พาผู้บำเพ็ญเซียนร่างอ้วนขั้นสร้างฐานคนนั้นมาก่อน ทิ้งให้พวกเราสองคนจัดการกับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวม”
“อย่าปากมาก ขอเพียงนางเข้ามา เจ้าก็กระโดดออกไปดึงดูดความสนใจนาง จากนั้นข้าจะใช้น้ำเต้ามอมเมาจิตตรึงร่างนางไว้ แล้วใช้เชือกมัดเซียนมัดนางจะได้เสร็จสิ้นภารกิจ เพียงแต่เหตุใดนางยังไม่เข้ามา หรือว่าสตรีร่างอ้วนคนนั้นไม่สำคัญ หรือนางกลับไปนำกองหนุนมา?” หลี่เอ้อร์ไม่เข้าใจอย