่างยิ่ง โผล่ศีรษะออกไปดูการป้องกันนั้นต่อ
จินเฟยเหยาอดเกิดความสงสัยในสติปัญญาของคนทั้งสองไม่ได้ แผนการง่ายๆ แบบนี้ ยังกล้ามาจับตัวผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวม แต่จากปากของพวกเขายังฟังออกว่าคนที่ให้พวกเขามาจับคนคือท่านอ๋องคนหนึ่ง เพียงแต่…โลกวิญญาณเป่ยเฉินไม่มีฮ่องเต้ เขตแดนทั้งหมดมีสำนักบำเพ็ญเซียนดูแล ท่านอ๋องคนนี้นับเป็นบุคคลของสำนักใด ต้องมีฮ่องเต้ ถึงจะมีท่านอ๋องได้
แต่น้ำเต้ามอมเมาจิตไม่เลวจริงๆ สามารถตรึงร่างผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมได้ ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ใจกล้าไม่เบา แต่จะจับข้าทำไม ข้าจำได้ว่าข้าไม่มีศัตรูนะ อีกทั้งผู้บำเพ็ญเซียนชื่อบ้านๆ แบบนี้ ตนเองต้องไม่รู้จักแน่ๆ ตั้งชื่อตามตัวเลข เป็นเจ้าอีหลี่เอ้อร์[1] ยังมีชื่อพวกจางซานเฉินซื่อใช่หรือไม่
ได้ยินหลี่เอ้อร์บอกว่านำกองหนุนมา หวังอู่ก็ร้อนใจรีบลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยว่า “นานขนาดนี้ยังไม่เข้ามา ต้องไปนำกองหนุนมาแน่ พวกเราไปดูข้างหน้าหน่อย ถ้านางไม่ได้อยู่ข้างนอก พวกเราก็รีบปิดการป้องกันดีกว่า”
หลี่เอ้อร์ครุ่นคิด เขาก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมตรงๆ จึงเห็นด้วยกับความคิดของหวังอู่
คนทั้งสองคลำทางไปถึงข้างการป้องกันอย่างระแวดระวัง หยิบกระดาษยันต์ที่ส่องแสงสีขาวใบหนึ่งติดลงบนการป้องกัน การป้องกันที่ส่องแสงสีขาวมาตลอดเปลี่ยนเป็นโปร่งใสเผยให้เห็นสภาพด้านนอก
ในตรอกว่างเปล่า ไม่มีเงาคนเลยสักนิด ทั้งสองคนระบายล