สร้งโง่งมไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
คงจู๋อู๋ตบบ่าไป๋เจี่ยนจู๋ เอ่ยอย่างจริงใจ “เจี่ยนจู๋ ถ้าไม่ให้นางออกไปดักสัตว์ภูติมากิน เจ้าสามารถควักกระเป๋าเลี้ยงนางให้กินอิ่มได้หรือ? อย่าลืมสิ ตอนนี้นางอยู่ภายใต้นามของตำหนักซวีชิง โรงอาหารปิดแล้ว ศิษย์ขั้นฝึกปราณส่วนใหญ่ไม่มีสถานที่กินข้าว ตอนนี้เดือนหนึ่งต้องมอบศิลาวิญญาณชั้นล่างเพิ่มสามก้อนให้พวกเขากินข้าว เจ้าลองคำนวณดูปริมาณอาหารของนาง ต่อให้ตำหนักซวีชิงของพวกเราสะสมสิ่งของไว้มากก็ทนการกินอาหารของนางไม่ไหว”
ไป๋เจี่ยนจู๋ก้มหน้าไม่เอ่ยวาจาอยู่นาน นึกถึงความอยากอาหารของจินเฟยเหยา พลันคิดตก เงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า “อาจารย์ ข้าคิดว่ากระเรียนเซียนย่างตัวนี้เข้ากับสุราร้อยวิญญาณ รสชาติน่าจะไม่เลว ข้ามีจุดที่สงสัยและไม่เข้าใจในการทะลวงขั้นหลอมรวมช่วงกลางพอดี อยากจะพูดคุยกับอาจารย์สักหน่อย”
“ดี พวกเราคุยไปกินไปในศาลาไผ่เถอะ” คงจู๋อู๋พยักหน้านิดๆ เอ่ยพลางยิ้มแย้ม
………………………………….
[1] กระต่ายไม่กินหญ้าข้างรัง หมายถึง คนชั่วจะไม่ทำชั่วในถิ่นของตนเอง