าขึ้นมองไป๋เจี่ยนจู๋และถามอย่างระมัดระวังว่า “เจี่ยนจู๋ เจ้ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้?”
“ไม่ได้บอก ตอนข้ามายังใส่กระเรียนเซียนย่างตัวนี้ไว้ในถุงเฉียนคุน” ไป๋เจี่ยนจู๋ส่ายศีรษะ
คงจู๋อู๋ระบายลมหายใจโล่งอก จากนั้นเอ่ยว่า “ครั้งที่แล้วศิษย์น้องเล็กมอบสุราร้อยวิญญาณให้ เจ้าดื่มแล้วหรือไม่”
“ยังไม่” ไป๋เจี่ยนจู๋งุนงง เหตุใดจึงเอ่ยถึงสุราอย่างกะทันหัน
“ยังไม่ได้ดื่มก็นำออกมา พวกเราศิษย์อาจารย์สองคนอยู่ด้วยกันพอดีก็นำกระเรียนเซียนตัวนี้และสุราร้อยวิญญาณไปดื่มกันสักจอกที่ศาลาไผ่ พูดคุยเรื่องที่เจ้าไม่เข้าใจในด้านฝึกบำเพ็ญ ข้าจะช่วยอธิบายให้” คงจู๋อู๋จ้องมองกระเรียนเซียนตัวนั้นแล้วเอ่ยกับไป๋เจี่ยนจู๋
ไป๋เจี่ยนจู๋หมดวาจาทันที ได้แต่เอ่ยอย่างทำอะไรไม่ได้ “อาจารย์ หรือว่าต้องปิดบังเรื่องนี้ต่อไป”
“ใครบอกว่าจะปิดบังแบบนี้ต่อไป ข้าเดาว่านางน่าจะไม่ลงมือกับสัตว์ภูติของตำหนักซวีชิงเราชั่วคราว ดังนั้นค่ำหน่อยค่อยแจ้งบรรดาศิษย์ ให้พวกเขาเฝ้าสัตว์ภูติของตนเองให้ดี ทางที่ดีใช้ถุงสัตว์ภูติใส่ไว้ดีกว่า ห้ามห่างกายแม้แต่นิดเดียว พวกกระต่ายของเจ้า ทางที่ดีใช้ถุงสัตว์ภูติพกพาไว้ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ไปขอวงเวทศิษย์พี่เฟิงสักหลายอันขังพวกมันเอาไว้ อย่าให้วิ่งวุ่นวายก็น่าจะไม่เป็นไร” คงจู๋อู๋เอ่ยอย่างจริงจัง
“อาจารย์ ท่านก็รู้ว่าที่ข้าพูดไม่ได้หมายความเช่นนี้” คิดไม่ถึงว่าอาจารย์จะกลัวซือจู่ขนาดนี้ ถึงกับแ