มองไม่เห็นซากกระเรียนเซียนบนพื้นเลยสักนิด ไป๋เจี่ยนจู๋จึงเข้าใจ กลายเป็นว่าให้กระเรียนเซียนย่างตัวนี้แก่ตนเองเป็นค่าปิดปาก
ฟังน้ำเสียงและท่าทางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของนางก่อนหน้านี้ ไม่ได้คิดจะให้ค่าปิดปากเลย สายตาเสียใจนั่นคือแค้นที่ตนเองข่มขู่นางจึงต้องให้อย่างไม่มีทางเลือก
จะปล่อยให้นางก่อเรื่องวุ่นวายไม่ได้ ไป๋เจี่ยนจู๋หิ้วกระเรียนเซียนย่างไปตำหนักซวีชิง เล่าเรื่องให้ที่ได้พบเห็นให้อาจารย์ฟัง ทั้งยังมอบกระเรียนเซียนย่างให้ด้วย
หลังคงจู๋อู๋ได้ฟัง เพียงขมวดคิ้วจ้องมองกระเรียนตัวนี้ ส่วนคงจู๋โหย่วกลับลุกขึ้นยืนเอ่ยอย่างร้อนใจ “แย่แล้ว สัตว์หมิงเฟิง สัตว์ภูติเฝ้าเตาของข้ายังเฝ้าเตาหลอมยาอยู่ตัวเดียว ปริมาณของมันยังมากกว่ากระเรียนเซียนเสียอีก”
“อาจารย์อา…” ไป๋เจี่ยนจู๋มองเขาอย่างหมดวาจา ก็เห็นคงจู๋โหย่วทิ้งพวกเขาไว้แล้วรีบพุ่งออกจากตำหนักซวีชิงไปช่วยสัตว์หมิงเฟิงของเขา
“อาจารย์ จะรายงานเรื่องนี้หรือไม่ ตอนข้ามายังเห็นคนของสวนกระเรียนค้นหากระเรียนเซียนไปทั่วอยู่ไกลๆ” อาจารย์อาพึ่งพาไม่ได้ ตอนนี้ได้แต่พึ่งพาอาจารย์ผู้หนักแน่นมาตลอด
คงจู๋อู๋ขมวดคิ้วอยู่นานจึงถอนหายใจเอ่ยว่า “ก่อนซือจู่ไปเคยกำชับไว้ ไม่ว่านางทำเรื่องอะไร ขอเพียงไม่ใช่กินศิษย์ในสำนักก็อย่าไปยุ่งกับนาง อีกทั้งถ้าทำเรื่องผิดยังให้พวกเราปกป้องนาง ตอนนี้เพียงกินกระเรียนเซียนในสวนกระเรียน ขอเพียงไม่พูดน่าจะไม่มีใครรู้”
เขาเงยหน้