ี้ยง ต่อให้ไม่มีอาหารดีขนาดนี้ อาหารในโรงอาหารก็ได้ มีอาหารแบบสำเร็จรูปดีกว่าทำเองมากนัก ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงรู้สึกยินดี มองไปรอบด้านอย่างวาดหวัง ในใจอดร้อนรนไม่ได้ เหตุใดยังไม่เริ่มประทานอีก นั่งอยู่เฉยๆ ทำไม
เวลานี้เจ้าสำนักชูถ้วยหยกเศียรมังกรที่มีหูจับสองข้างเริ่มกล่าวกับทุกคน ความสนใจของจินเฟยเหยาทั้งหมดรวมอยู่ที่อาหารบนโต๊ะ นางไม่ได้ฟังคำพูดตามมารยาทสังคมของเจ้าสำนักเข้าหูเลยสักประโยค เพียงแต่ครุ่นคิดว่าอีกสักครู่จะกินอาหารจานไหนก่อนดี
จู๋ซวีอู๋ก็ไม่ได้ฟังคำพูดของศิษย์พี่เจ้าสำนัก เห็นจินเฟยเหยาที่เพ่งความสนใจทั้งหมดไปจ้องมองอาหารบนโต๊ะ เขาก็อยากหัวเราะ
“ขอให้เจ้าสำนักเข้าสู่ขั้นแปลงจิตในเร็ววัน” ทันใดนั้น ทุกคนก็ชูจอกสุราบนโต๊ะขึ้นในเวลาเดียวกัน เอ่ยแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง จินเฟยเหยาได้สติคืนมา ก็รีบชูจอกสุราขึ้นและดื่มสุราในจอกรวดเดียวหมด นางจุปาก นี่สุราอะไร ชิมแล้วบอกไม่ได้ สำหรับจินเฟยเหยาแล้ว สุรานั้นเพียงดื่มเป็นแต่จำแนกชนิดไม่ได้
ในที่สุดตอนนี้ก็รับประทานอาหารได้แล้ว นางหยิบตะเกียบขึ้น ในดวงตามีประกายแสงวาบผ่าน
เห็นจินเฟยเหยายื่นตะเกียบไปคีบเนื้อกวางเดือนห้าย่างใบส้มหอมๆ ชิ้นหนึ่ง เมี่ยวอวี่เจินเหรินก็หันหน้ามาหยิบองุ่นร้อยน้ำผึ้งซึ่งมีห้าแสงสิบสีเม็ดหนึ่งส่งเข้าปากเบาๆ ลิ้มรสอย่างละเอียด นางหันหน้ามามองจินเฟยเหยา คิดจะถามว่านางรู้สึกอย่างไรกับรสชาติเนื้อกวาง
ทว่