ก็มองจินเฟยเหยาอย่างสงบนิ่ง ทั้งสองคนสบตากันราวกับไร้ผู้คน
“ได้ยินว่าศิษย์พี่ไป๋รู้จักศิษย์น้องคนนี้นานแล้ว ตอนนั้นที่ศิลารองรับฟ้า เขาไล่ตามออกไปหลายวันก็เพื่อค้นหานาง เจ้าดูท่าทางมองกันด้วยสายตาหวานฉ่ำของพวกเขา คาดว่าอีกไม่นานจะได้ดื่มสุรามงคลของศิษย์น้องไป๋แล้ว”
“ใช่ ข้าบอกตั้งนานแล้ว ศิษย์น้องไป๋ไม่ใช่ท่อนไม้ มีความรักก็เป็นเรื่องปกติ”
“ศิษย์น้องเฟิง เช่นนั้นเจ้าก็จัดงานเลี้ยงพร้อมกับศิษย์น้องไป๋เถอะ ตำหนักซวีชิงของพวกเราจะได้มีงานมงคลคู่”
“ถุย จะแต่งเจ้าก็แต่งเองสิ ถึงตายข้าก็ไม่แต่ง!”
บรรดาศิษย์พี่แห่งตำหนักซวีชิงไม่มีงานรื่นเริงมานานเกินไปแล้วจริงๆ เริ่มยืนพูดคุยและลอบยิ้มอยู่ด้านข้าง
“ขอแสดงความยินดีที่ศิษย์น้องเข้าสู่ตำหนักซวีชิงเรา นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของข้า” ไป๋เจี่ยนจู๋หลุบตาลง นำกระเป๋าเก็บของที่เตรียมไว้นานแล้วออกมายื่นส่งให้จินเฟยเหยาที่ดวงตาเป็นประกายอยากได้ของขวัญขอบคุณมาตลอด
“รีบดูสิ ศิษย์น้องไป๋ใช้กระเป๋าเก็บของบรรจุ ท่าทางจะเตรียมไว้ก่อนมา เขามาสายขนาดนี้คาดว่าต้องขบคิดในถ้ำเซียนอยู่นานจึงหาสิ่งของที่เหมาะสมที่สุดได้” พอบรรดาศิษย์พี่ทางด้านข้างเห็นก็ดูออกทันที ไป๋เจี่ยนจู๋มีการเตรียมตัวมา ที่โลกระดับวิญญาณ กระเป๋าเก็บของกลายเป็นกระเป๋าเล็กๆ ที่ใช้มอบของขวัญหรือจ่ายศิลาวิญญาณ ตอนนี้นำออกมาย่อมต้องเตรียมไว้แต่แรกแล้ว
จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่าไป๋เจี่ยนจู๋จะเตรียมไ