ึงตอนท้ายก็ไม่ได้ใช้การถ่ายทอดเสียงอีก ไป๋เจี่ยนจู๋ที่ตากลมอยู่ทางด้านข้างย่อมได้ยินหมดทุกอย่าง
ลืมแล้ว? นางลืมเรื่องในวันนั้นไปนานแล้ว! ไป๋เจี่ยนจู๋มองจินเฟยเหยาอย่างโง่งม ไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง ถ้าลืมไปนานแล้วก็แสดงว่าหลายปีที่เขาไล่ล่าสังหารนาง นางไม่ได้หลอกลวงแต่นึกไม่ออกจริงๆ
ไม่ได้ ต้องอดทนไว้ ตอนนี้ข้ามีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นหลอมรวมแล้ว เรื่องเช่นนี้จะรบกวนจิตใจของข้าได้อย่างไร จิตใจของข้าแข็งแกร่งดุจหินผาแล้ว แค่จินเฟยเหยาคนเดียวไม่ทำให้ข้ารู้สึกอะไรหรอก
ไป๋เจี่ยนจู๋สูดลมหายใจลึกๆ ทิ้งคำพูดของคนทั้งสองไว้เบื้องหลังโดยไม่สนใจและทำให้จิตใจกลับคืนสู่ความสงบ ทว่าสองคนนี้กลับไม่มอบโอกาสนี้ให้แก่เขา จู๋ซวีอู๋จัดการจินเฟยเหยาได้แล้ว จึงเริ่มแก้ไขบุญคุณความแค้นของไปเจี่ยนจู๋และจินเฟยเหยา
จู๋ซวีอู๋นำห่อผ้าที่จินเฟยเหยามอบให้เขาก่อนหน้านี้ออกมา จากนั้นเปิดออกอย่างยินดี “เจ้าอย่าโกรธนางเลย ดูสิ นี่คือเสื้อผ้าของเจ้าเมื่อตอนนั้น เสี่ยวเหยาเก็บไว้อย่างดีมาตลอดทั้งยังซ่อมให้ด้วย”
เขาหยิบเสื้อตัวนอกขึ้นมาสะบัด รอยยิ้มผนึกค้างในพริบตา จากนั้นเขาก็กระซิบถามจินเฟยเหยา “ไหนเจ้าบอกว่าซักจนสะอาดแถมยังซ่อมให้ด้วย?”
“ใช่ ซักจนสะอาดและซ่อมให้แล้ว มีอะไรหรือ?” จินเฟยเหยายืนอยู่ด้านข้าง เอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วอุจจาระบนนั้น ไปเปื้อนมาได้อย่างไร หรือว่าเจ้าเลี้ยงแมว? ดังนั้นมันจึงแอบมาถ่ายไว้ตอนเจ้าไม