ิมทีเป็นของเขา” จินเฟยเหยายืนอยู่ด้านข้าง เอ่ยรับเบาๆ จู๋ซวีอู๋นำขวดหยกและศิลาวิญญาณนิดหน่อยออกมาจากถุงเฉียนคุนแล้วแย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า “พวกกางเกงในกับรองเท้าข้าไม่ช่วยสวมให้แล้ว พวกยาและศิลาวิญญาณของเจ้าเสี่ยวเหยาก็ชดเชยให้ ข้าวางทั้งหมดไว้ตรงนี้นะ” จากนั้นเขาก็ใช้มือผลักจินเฟยเหยา “ไป เจ้าบอกว่าจะยอมรับผิดมิใช่หรือ”
จินเฟยเหยาได้แต่เดินไปเบื้องหน้าไป๋เจี่ยนจู๋ เอ่ยพลางยิ้มตาหยี “พี่ไป๋” เสียงเรียกพี่ไป๋ทำให้ไป๋เจี่ยนจู๋ขนลุกขนพอง มองใบหน้าที่แลดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและไม่ประทินโฉมของนาง เขาก็รู้สึกราวกับยักษ์โดนสายฟ้าฟาดมาเกิดใหม่
“พี่ไป๋ ครั้งที่แล้วข้าไม่ดีเอง ข้าไม่สมควรนำสิ่งของของท่านไป ตอนนี้ข้าขออภัยและชดใช้ให้ท่าน ท่านเป็นผู้ใหญ่ไม่ถือสาผู้น้อย อย่าเอาเรื่องข้าอีกเลยได้หรือไม่? จินเฟยเหยาใช้กระบวนท่าที่ดูมาจากผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนอื่น ฉุดดึงมือไป๋เจี่ยนจู๋ขึ้นแล้วแกว่งไกวอย่างออดอ้อน
เห็นสีหน้าของไป๋เจี่ยนจู๋น่าเกลียดอย่างผิดปกติ และไม่ส่งเสียงสักแอะ นางก็เอียงศีรษะเอ่ยกับไป๋เจี่ยนจู๋ด้วยรอยยิ้ม “พี่จู๋ พี่ไป๋ไม่โกรธข้าแล้ว ข้ายินดีอย่างยิ่ง”
“เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ เจี่ยนจู๋ เจ้ารีบเปลี่ยนชุดแล้วมาที่ตำหนักซวีชิง ถ้าเจ้ายินยอม จะสวมชุดที่ซ่อมแล้วชุดนี้ก็ได้ พวกเราไปก่อนนะ” จู๋ซวีอู๋พยักหน้าอย่างพอใจ ฉุดลากจินเฟยเหยาที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มข้ามกำแพงไผ่แล้ววิ่งออกไป
เห็นเง